Unexpected Orders
Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.
This content was published on Aug 2021. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook
ผ่านไปแล้วสำหรับเดือนแรกของครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว แม้จะมีความเสี่ยงด้านการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลตาระลอกใหม่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แต่ประเทศที่มีการฉีดวัคซีนไปเยอะแล้วก็มีสัดส่วนผู้เสียชีวิตหรือเจ็บป่วยรุนแรงที่ต่ำไปด้วย ส่งผลให้หุ้นโลกยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมาจากการทยอยประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นจีนและหุ้นตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลงรุนแรงหลังได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลจีนออกกฎควบคุมธุรกิจกวดวิชาและธุรกิจด้านเทคโนโลยีเข้มงวดและต่อเนื่องกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เช่นเดียวกับการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลตาที่กระทบกลุ่มประเทศที่ยังมีการฉีดวัคซีนในระดับต่ำซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในตลาดเกิดใหม่ ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ยังปรับตัวขึ้น นำโดย ทองแดง ก๊าซธรรมชาติ และเมล็ดกาแฟ สวนทางกับราคาน้ำมันที่ถูกกดดันจากการกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตของทาง OPEC+ และ UAE เช่นเดียวกับตราสารหนี้ที่ได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลงลงต่อเนื่อง
ด้านธนาคารกลางหลักของโลก ส่วนใหญ่ยังคงมุมมองในการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายต่อไปจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง โดย Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.25% คงมาตรการซื้อสินทรัพย์ผ่านวงเงิน QE ต่อไป ซึ่งในการประชุมครั้งล่าสุด Fed ได้เริ่มพูดถึงแนวทางการลด QE มากขึ้น แต่ยังอยู่ในระหว่างการประเมินสถานการณ์เป็นหลัก ขณะที่ยังเน้นย้ำว่าจะรอคอยให้เศรษฐกิจเกิดการฟื้นตัวเป็นวงกว้างและชัดเจนมากขึ้นก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ ประเด็นการส่งสัญญาณการเริ่มลด QE จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงงานประชุม Jackson Hole ในเดือน ส.ค. นี้ และอาจสร้างความผันผวนต่อตลาด
สำหรับประเด็นสำคัญของเดือนนี้ คือ ประเด็นที่รัฐบาลจีนออกกฎระเบียบควบคุมธุรกิจหลายหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจกวดวิชาและธุรกิจเทคโนโลยี โดยเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมาทางการจีนออกกฎระเบียบเพื่อบังคับให้ธุรกิจกวดวิชาที่สอนหลักสูตรเดียวกันกับการศึกษาภาคบังคับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งไม่มีผลบังคับใช้กับการสอนพิเศษในวิชาศิลปะ ดนตรี และการกีฬา ซึ่งเป็นประเด็นที่เหนือความคาดหมายในมุมมองของเรารวมถึงนักลงทุนสถาบันทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามไม่ให้ธุรกิจเหล่านี้รับเงินลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงออกกฎระเบียบที่เข้มงวดกับการนำเข้าหนังสือเรียนจากต่างประเทศ และการระงับการสอนโดยครูชาวต่างชาติ ด้านบริษัทในกลุ่มธุรกิจกวดวิชาที่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วนั้นก็ถูกห้ามเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนเพิ่ม ตลอดจนการถอดแอป Didi บริการเรียกรถออกจาก Appstore จากกรณีการละเมิดการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล การควบคุมบริษัทจีนในการระดมทุนในต่างประเทศในรูปแบบโครงสร้าง VIE การถอดสิทธิ์ Exclusive music ของ Tencent Music Entertainment ตลอดจนการควบคุมภาคอสังหาฯ และมีการตรวจสอบบริษัท KE Holdings ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในหุ้นจีนอย่างมหาศาลและเป็นความเสี่ยงระยะสั้นที่ต้องระวัง อย่างไรก็ตามระดับ valuation ของหุ้นจีนก็ดูมีน่าสนใจมากขึ้นสำหรับการทยอยลงทุนระยะยาว
ด้านมุมมองเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ภาคการผลิตจะเริ่มชะลอตัวลง โดยเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัท จดทะเบียนในฝั่งสหรัฐฯ กลับมาขยายตัวได้แข็งแกร่ง เช่นเดียวกับในฝั่งยุโรปที่เริ่มมีการทยอยเปิดเมืองต่อเนื่อง และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงภาคธุรกิจกลับมาฟื้นตัวได้ไวและเหนือระดับช่วงก่อนวิกฤตแล้ว ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น การระบาดระลอกใหม่ยังกดดันภาพรวมเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจจีนเริ่มมีสัญญาณกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดย GDP จีน ในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 7.9% (YoY) ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ที่ 8.0% (YoY) โดยทางธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปี 2020 เพื่อให้เกิดการปล่อยกู้เพิ่มขึ้นและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนอีกครั้ง ส่วนเศรษฐกิจในฝั่งตลาดเกิดใหม่โดยภาพรวมยังถูกกดดันจากการระบาดระลอกใหม่ เช่นเดียวกับอัตราการฉีดวัคซีนที่ยังทำได้ช้ากว่าประเทศพัฒนาแล้ว และสำหรับเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องจากการระบาดที่ยืดเยื้อและมีแนวโน้มที่จะต้องขยายระยะเวลาในการล็อกดาวน์ออกไปเพิ่มเติม
สำหรับมุมมองในเดือนนี้ เราแนะนำให้นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงลงในระยะสั้นเพื่อเตรียมตั้งรับต่อการแถลงแนวทางการปรับลด QE ของ Fed ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ส.ค. เช่นเดียวกับการควบคุมบริษัทของจีนในหลากหลายอุตสาหกรรมยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้เราปรับลดมุมมองในหุ้นจีนจาก Overweight เป็น Neutral ในระยะสั้นเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านนโยบายจนกว่าจะมีความชัดเจน สำหรับมุมมองระยะกลางถึงยาวยังแนะนำให้กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้าง ได้แก่ หุ้นโลก หุ้นจีน หุ้นเวียดนาม หุ้นตลาดเกิดใหม่ และธีมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เช่น REITs หุ้นสหรัฐฯ และหุ้นยุโรป