โรงงานรับผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก
Bualuang Asia Equity Super Savings Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
B-ASIASSF ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund 98.21%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
โรงงานรับผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก
ผลิตสมาร์ตโฟน Galaxy ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิปหน่วยความจำ
แอป WeChat และเกมออนไลน์ในจีน
บริษัทไต้หวันออกแบบชิปสมาร์ตโฟน Dimensity รวมถึงชิปทีวีและอุปกรณ์เชื่อมต่อ
ผู้รับจ้างประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น iPhone และเซิร์ฟเวอร์ AI
ธนาคารเอกชนของอินเดีย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล
ธนาคารพาณิชย์ไทย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ และแอปธนาคาร K PLUS
บริษัทอินเทอร์เน็ตจีน พัฒนาเกมอย่าง Marvel Rivals และ Identity V พร้อมบริการเพลง
เก็บเบี้ยประกัน แล้วนำเงินไปลงทุน
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ ทั้ง DRAM, NAND และ HBM ที่ใช้คู่ชิป AI
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (98.21% ณ 30 ก.ย. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 30 ก.ย. 2569 · Factsheet ของ Invesco · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ +14.01% ต่อปี (ดีกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ SCBKEQTGE +52.10%
อันดับ 1 คือ SCBKEQTGE +34.87% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Asia Pacific Ex Japan เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +10.82% | −0.68% | −0.49% | −5.47% | −3.54% | +3.98% | +9.74% | +48.20% | +37.88% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +6.7 | +2.5 | −11.4 | +10.0 | +9.2 | −2.3 | +1.6 | +3.0 | −1.8 | −5.7 | +0.6 | · | +10.8* |
| 2568 | +1.1 | +1.1 | +0.2 | −0.8 | +3.7 | +3.7 | +3.1 | +1.9 | +6.3 | +3.3 | −2.2 | +2.1 | +25.9 |
| 2567 | −5.1 | +3.2 | +2.4 | +2.2 | +0.1 | +2.9 | −2.3 | +0.3 | +7.8 | −4.7 | −0.8 | −1.0 | +4.4 |
| 2566 | +6.4 | −5.2 | +2.0 | −1.7 | −2.6 | +3.4 | +4.1 | −6.3 | −2.3 | −4.3 | +3.2 | +0.9 | −3.2 |
| 2565 | · | · | · | · | +4.4 | −2.6 | −0.8 | −0.3 | −10.2 | −5.0 | +14.4 | −0.3 | −2.2* |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −18.59% จุดสูงสุดเดิม 8 มิ.ย. 2565 (NAV 10.4907) → ต่ำสุด 25 ต.ค. 2565 (NAV 8.5410) · กลับเท่าทุน 24 ม.ค. 2566 ใช้เวลาฟื้นตัว 2 เดือน
ปัจจุบัน −8.33% จาก NAV สูงสุด 15.0409 (2 มิ.ย. 2569)
ช่วง 3 ปี B-ASIASSF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.79 อันดับ 5 จาก 30 กอง · สูงสุดคือ TISCONA (0.88)
กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C (AD) USD โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund 98.21% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 29 เม.ย. 2565 NAV เคยลดลงสูงสุด −18.59% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.24% ต่อปี จากเพดาน 2.41% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.07% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท ครั้งถัดไป 500 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 84.57% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน