Robowealth หน้าแรก
INDEGO Monthly Outlookก.พ. 2568

The ChatGPT Moment of China

จัดทำโดย ทีม INDEGO · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.

เนื้อหานี้เผยแพร่เมื่อ ก.พ. 2568 มุมมองและตัวเลขอาจไม่เป็นปัจจุบัน ดูฉบับล่าสุดได้ที่ INDEGO Monthly Outlook

  • เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยได้แรงหนุนจากความรุนแรงของการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่น้อยกว่าคาด โดยด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นนำอย่างโดดเด่น จากตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว พร้อมกับได้แรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ ECB และ BoE นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียดและความไม่แน่นอนจากนโยบายสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรง ถูกกดดันจากแรงขายกองทุน LTF และหุ้น Delta
  • ธนาคารกลางหลักอย่าง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังจากปรับลดมา 3 ครั้งต่อเนื่อง ขณะที่ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค. โดยนโยบายที่เขาประกาศใช้หลังเข้ารับตำแหน่ง ได้แก่ นโยบายด้านการกีดกันทางการค้า ซึ่งเพ่งเล็งไปที่ประเทศแคนาดา เม็กซิโก และจีนก่อนประเทศอื่นๆ อีกทั้งยังมีนโยบายอพยพคนเข้าเมือง นโยบายด้านเทคโนโลยี พลังงาน สาธาณสุข และการเมืองระหว่างประเทศ
  • ปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณ (Federal Deficit) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการมาของกระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล (DOGE) จะมาลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาส่วนนี้ ซึ่งหาก DOGE สามารถแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลได้ จะสร้าง Sentiment บวกเพิ่มเติมให้กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวม และกระตุ้น Theme การลงทุนที่สามารถเพิ่ม Efficiency และ Productivity ให้ตลาด เช่น กลุ่ม AI และ Software กลางน้ำถึงปลายน้ำ
  • AI โมเดลใหม่ของ DeepSeek มีจุดเด่นคือการให้บริการรูปแบบ Open Source หรือให้ใช้งานได้ฟรี อีกทั้งยังพัฒนาด้วยชิประดับกลางและใช้ต้นทุนพัฒนาต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันบริษัทด้าน AI กลุ่มต้นน้ำในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันกันในการพัฒนาด้าน AI จะหนุนการลงทุนในการพัฒนา AI ในระยะยาว และจะช่วยลดต้นทุนการพัฒนาและบริการด้าน AI รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึง AI มากขึ้น การกระจายตัวเป็นวงกว้างขึ้นหนุนธุรกิจ AI กลางน้ำถึงปลายน้ำ
  • จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจีนและการเปิดตัวโมเดล AI ของ DeepSeek ซึ่งเป็นนวัตกรรม AI ที่มีประสิทธิภาพสูงเทียบเคียงกับ AI ชั้นนำจากสหรัฐฯ ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่ามาก และสามารถผลิตได้ท่ามกลางการแบนการเข้าถึงชิปประสิทธิภาพสูงโดยสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของบริษัทเทคโนโลยีจีนมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มจะลงทุนในการพัฒนาด้าน AI มากขึ้น ส่งผลให้หุ้นจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัวนำโดยกลุ่มเทคโนโลยี
  • เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2024 โดยรวมแล้วเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง แต่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศและตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ทางด้านของผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P500 มีการประกาศมาแล้วกว่า 60% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด โดยกว่า 63% มีรายได้เติบโตมากกว่าที่ตลาดคาด และกว่า 77% ของบริษัทมีกำไรสุทธิมากกว่าที่ตลาดคาด โดยทาง FACTSET คาดว่ารายได้จะเติบโตที่ 5.2% (YoY) ซึ่งนับเป็นการเติบโต 16 ไตรมาสติดต่อกัน ด้านกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตที่ 16.4% (YoY) ซึ่งเติบโตมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ประจำปี 2021 หนุนจากกลุ่มเทคฯ และการเงิน
  • ในปี 2024 ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นได้ซื้อสุทธิหุ้นคืนมูลค่ารวมที่ 7.9 ล้านล้านเยน ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.54 แสนล้านเยน ขณะที่นักลงทุนในประเทศและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 2 ล้านล้านเยน และ 3.8 ล้านล้านเยน ตามลำดับ โดยบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นเร่งซื้อหุ้นคืนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากแรงกดดันของตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นที่ต้องการให้บริษัทจดทะเบียนคำนึงถึงผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากขึ้น
  • เศรษฐกิจและตลาดหุ้นอินเดียเผชิญกับความผันผวนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการบริโภคภาคครัวเรือนที่อ่อนแอ และการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม RBI ได้มีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เปิดทางการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียได้จัดสรรงบประมาณ 1 ล้านล้านรูปี สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับชนชั้นกลางเพื่อลดภาระทางการเงินของครัวเรือนและกระตุ้นการบริโภค ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว
  • ด้านตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ การที่ตลท. เปิดเผยแนวคิดปรับเกณฑ์จำกัดน้ำหนักหุ้นในดัชนี SET ไม่เกิน 10% จึงมีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมานำโดย DELTA และปัจจัยลบเฉพาะตัวด้านธรรมาภิบาล กรณี RS Group และ CPAXT รวมไปถึงแรงขาย LTF ในช่วงต้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยพยุงมาจากผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่แข็งแกร่งกว่าคาด รวมไปถึงการที่รัฐบาลสนับสนุนให้ หุ้นที่ PB, PE ต่ำ ให้บริษัทซื้อหุ้นคืน และจ่ายเงินปันผลเพิ่ม
  • สำหรับมุมมองของเราในเดือนนี้ เรายังคงมุมมองคำแนะนำผ่านการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมในหลายประเภทสินทรัพย์ และหลากหลายภูมิภาค โดยเน้นสะสมหุ้นโลกที่มีการกระจายตัวและอยู่ในกลุ่ม Growth รวมไปถึงหุ้นสหรัฐฯ จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับประโยชน์จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ และทยอยสะสมหุ้นจีน จากแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดหุ้นนำโดยกลุ่มเทคโนโลยีจากกระแสการเติบโตของ AI ในจีน รวมไปถึงสะสมหุ้นญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม อีกทั้ง ยังแนะนำให้สะสมสินทรัพย์ Global REITs & Infrastructure ที่ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่งและน่าสนใจช่วงที่ดอกเบี้ยเข้าสู่ขาลง ขณะที่ตราสารหนี้โลกและตราสารหนี้ยังแนะนำทยอยสะสมต่อไป เนื่องจาก Bond Yield ทียังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ลดสัดส่วนหุ้นไทยทั้งหมด เนื่องจากโอกาสการเติบโตที่ยังไม่มากและยังยังไม่มีปัจจัยใหม่มาสนับสนุน