INDEGO Monthly Outlookก.พ. 2569
Upstream Revival
จัดทำโดย ทีม INDEGO · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.
- เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมันดิบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในประเด็นสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ เช่น เวเนซุเอลา อิหร่าน และกรีนแลนด์ ขณะที่ตลาดหุ้นภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นนำโดยตลาดหุ้นเกิดใหม่ จากการกระจายแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนอกสหรัฐฯ ทั้งนี้ สินทรัพย์ดิจิทัลทำผลตอบแทนได้แย่ที่สุดในเดือนที่ผ่านมา โดยถูกกดดันจากแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง
- ปัจจัยที่ตลาดจับตาในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ คือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา หลังสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการเข้าจับกุมตัวมาดูโร และเข้าควบคุมเวเนซุเอลา พร้อมข้อตกลงและปฏิรูปกฎหมายพลังงาน ทั้งนี้ เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก สะท้อนศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงานในระยะยาว ขณะที่จีนอาจได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลารายใหญ่ที่สุด ดังนั้นความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาจึงกระทบจีนโดยตรงในเชิงความมั่นคงพลังงาน ซึ่งสะท้อนภาพสงครามทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นมากกว่าสงครามการค้า
- อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี คือการที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscaler) เดินหน้าขยายงบลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบต่อกระแสเงินสดและเพิ่มภาระหนี้ในระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของผลตอบแทนจากกลุ่มปลายน้ำ ขณะเดียวกัน การมาของ AI Coding Agent รุ่นใหม่ของ Anthropic ยิ่งเร่งแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม Software และ Enterprise Solution ที่เคยเป็นผู้ชนะในวัฏจักรก่อนหน้า ภาพดังกล่าวสะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญว่า กระแสเงินทุนกำลังไหลออกจากปลายน้ำ และตลาดเริ่มประเมินใหม่ว่าใครคือผู้ได้ประโยชน์แท้จริงจาก AI
- เมื่อพิจารณาเชิงโครงสร้าง การเติบโตของ AI อาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ Application และ Model แต่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ฐานรากของระบบเศรษฐกิจ ตามแนวคิด “The Five-Layer AI Cake” โดยการลงทุน Data Center ทั่วโลกผลักดันความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 18% ต่อปี เร่งการลงทุนในพลังงานสะอาด นิวเคลียร์ และโครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้ทองแดงและอลูมิเนียมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกันนั้น แร่สำคัญอย่าง Lithium, Copper, Nickel และ Cobalt เริ่มเผชิญภาวะตึงตัวด้านอุปทาน สะท้อนถึงการเติบโตจาก AI รอบถัดไปอาจอยู่ที่พลังงานและวัสดุต้นน้ำที่รองรับโครงสร้างพื้นฐาน
- ขณะเดียวกัน ในมิติของ Chips & Rare Earth การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ยิ่งตอกย้ำแนวโน้มดังกล่าว โดยจีนเร่งพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ ขณะที่แร่หายากยังคงกระจุกตัวในแง่ของกำลังการผลิตและการแปรรูปในจีน ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานนี้ทำให้หลายประเทศต้องเร่งสร้างความมั่นคงด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรของตนเอง ภาพรวมจึงชัดเจนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงธีมเทคโนโลยี แต่เป็นสมรภูมิของทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน และกำลังผลักดัน Sector Rotation จาก Downstream Technology ไปสู่ Upstream Energy, Semiconductor และ Critical Materials อย่างมีนัยสำคัญ
- ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน เรามองว่าธีม The Five-Layer AI Cake กำลังขยายจากเทคโนโลยีปลายน้ำสู่โครงสร้างพื้นฐานต้นน้ำ ทั้งพลังงาน ชิป และแร่ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นแกนสำคัญของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ทยอยสะสมสินทรัพย์เสี่ยงและปรับสมดุลพอร์ตอย่างมีวินัย โดยเน้นกองทุนหุ้นโลก จีน และตลาดเกิดใหม่ ควบคู่กับธีมที่ได้รับประโยชน์จากกระแสการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางเทคโนโลยี อาทิ หุ้นจีนกลุ่ม AI หุ้น Rare Earth กลุ่ม Defense พลังงานสะอาดและนิวเคลียร์ รวมถึงกลุ่มเหมืองแร่ ขณะเดียวกัน แนะนำทยอยสะสมตราสารหนี้โลกและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่เหนือระดับ 4% ซึ่งเป็นระดับที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจในรอบทศวรรษ มีโอกาสสร้าง Capital Gain หากเศรษฐกิจชะลอตัว และช่วยสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ พร้อมกระจายความเสี่ยงผ่านสินทรัพย์ทางเลือกท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง