อันดับ 1 คือ I-10 +51.44%
K Global Equity Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
K-GLOBE เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (fund of funds) นำเงิน 98.44% ไปซื้อหน่วยของกองทุนอื่น กระจายไปหลายกอง
ผู้จัดการกองนี้เป็นคนเลือกและปรับสัดส่วนระหว่างกอง กองที่ไปถือมีค่าธรรมเนียมของตัวเองด้วย
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% แรกของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ +9.72% ต่อปี (25% แรกของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ I-10 +51.44%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Global Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +22.25% | −3.18% | −2.39% | −8.84% | −1.97% | +6.46% | +18.55% | +67.40% | +58.98% | +135.63% | +170.99% |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −48.93% จุดสูงสุดเดิม 3 มิ.ย. 2551 (NAV 4.8357) → ต่ำสุด 9 มี.ค. 2552 (NAV 2.4694) · กลับเท่าทุน 7 ก.ค. 2553 ใช้เวลาฟื้นตัว 1 ปี 3 เดือน
ปัจจุบัน −9.81% จาก NAV สูงสุด 16.5348 (5 ต.ค. 2569)
ช่วง 5 ปี K-GLOBE ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.53 อันดับ 3 จาก 86 กอง · สูงสุดคือ UGEAR (1.68)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 0.8000 บาทต่อหน่วย หรือ 5.36% ของ NAV
K-GLOBE จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
ต้องซื้อและถือหน่วยก่อนวันปิดสมุด จึงจะได้รับเงินปันผลรอบนั้น
เงินปันผล 4 ครั้งล่าสุด ธ.ค. 67 0.4000 บาท · มิ.ย. 68 0.2000 บาท · ธ.ค. 68 0.4000 บาท · มิ.ย. 69 0.4000 บาท และรอบถัดไปประมาณ 0.3500 บาท 1 ธ.ค. 2569จ่ายตรงรอบมาแล้ว 11 ครั้งติดกัน จึงประมาณรอบถัดไปจากจังหวะนี้ · ไม่ใช่ประกาศจาก บลจ. วันและจำนวนจริงอาจต่างจากนี้ หรืออาจไม่จ่ายก็ได้
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 13.3051 → 14.9120 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินลงทุนส่วนใหญ่ไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนประเภทตราสารแห่งทุนที่จัดตั้งและลงทุนในต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนซึ่งกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของประเทศต่าง ๆ (Country Funds)… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ Invesco Nasdaq 100 ETF 45.08% · iShares MSCI South Korea ETF 19.51% · SPDR S&P500 ETF 11.48% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 28 พ.ค. 2551 NAV เคยลดลงสูงสุด −48.93% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.99% ต่อปี จากเพดาน 1.47% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.88% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.50% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.4000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 2 มิ.ย. 2569 จ่าย 15 มิ.ย. 2569 · จ่ายมาแล้ว 19 ครั้ง รวม 6.3400 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
แสดง 5 กองสูงสุดตามที่ Factsheet ของ บลจ. เปิดเผย · หุ้นที่กองเหล่านี้ถืออยู่แสดงด้านล่าง · ผลของกองทุนนี้จึงขึ้นกับกองทุนที่ถืออยู่เหล่านี้
ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
บริษัทเกาหลีใต้ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM, NAND และ HBM ที่ใช้คู่กับชิป AI
บริษัทเกาหลีใต้ผลิตชิปหน่วยความจำ มือถือ Galaxy ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch พร้อมบริการอย่าง App Store และ iCloud
บริษัทแม่ของ Google เจ้าของ YouTube, Android, Gmail และ Google Cloud
เจ้าของ Windows, Microsoft 365, คลาวด์ Azure, เครื่องเกม Xbox และ LinkedIn
ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงหน่วยความจำ HBM สำหรับชิป AI
แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ เจ้าของคลาวด์ AWS, Prime Video และผู้ช่วยเสียง Alexa
ออกแบบชิปประมวลผล Ryzen, EPYC และการ์ดจอ Radeon รวมถึงชิปเร่งงาน AI
เจ้าของ Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงแว่นอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI
คิดจากสัดส่วนแต่ละ ETF ในมูลค่ากองทุนจริง · ถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนแต่ละกองทุนที่ลงทุน × หุ้นที่กองนั้นถืออยู่ ครอบคลุม 90% ของเงินที่ลงทุนในกองทุนอื่น ใช้ 10 อันดับแรกของแต่ละกอง จึงเป็นค่าต่ำสุด · Invesco NASDAQ 100 ณ 22 ต.ค. 2569 · iShares MSCI South Korea ณ 22 ต.ค. 2569 · SPDR Trust ณ 22 ต.ค. 2569 · iShares STOXX Europe 600 Banks UCITS ETF (DE ณ 27 ต.ค. 2569 · NEXT FUNDS TOPIX Banks ณ 27 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
อันดับ 1 คือ ES-GINNORMF +19.21% ต่อปี
กองนี้ได้ผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่ม
| +211.69% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +2.7 | +0.2 | −2.7 | +14.6 | +13.1 | +1.1 | −6.5 | +4.8 | +2.8 | −7.4 | −0.3 | · | +22.2* |
| 2568 | +0.6 | −0.1 | −5.3 | −0.9 | +4.2 | +3.8 | +1.9 | +0.8 | +4.1 | +3.4 | −1.9 | −0.4 | +10.2 |
| 2567 | +4.2 | +6.0 | +4.5 | −2.4 | +3.5 | +2.8 | −2.7 | −2.7 | −2.5 | +2.6 | +5.1 | −1.0 | +18.2 |
| 2566 | +1.7 | +3.5 | +0.5 | +0.6 | +1.1 | +7.3 | +0.4 | −0.9 | −0.5 | −4.1 | +6.7 | +1.7 | +18.9 |
| 2565 | −4.9 | −4.9 | +3.2 | −5.6 | +0.5 | −5.0 | +8.2 | −2.5 | −5.7 | +5.9 | +0.1 | −5.4 | −16.1 |
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 19 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท ครั้งถัดไป 500 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 0.00% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ