อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
K US Equity Passive RMF
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
K-US500XRMF ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF (IVV) 101.79%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569 · แสดง 6 รายการสูงสุด ส่วนที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ · ตาม Factsheet ของผู้ออกกองทุน · ประเทศคิดจากชื่อกองทุนที่ลงทุนประเทศเดียว
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ยังไม่มีอันดับช่วงที่ยาวกว่านี้
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC US Equity · S&P 500 เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +8.51% | −2.08% | −1.96% | −2.22% | −0.97% | +3.97% | +8.36% | +27.72% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. |
|---|
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −18.47% จุดสูงสุดเดิม 19 ก.พ. 2568 (NAV 10.8284) → ต่ำสุด 8 เม.ย. 2568 (NAV 8.8288) · กลับเท่าทุน 2 ก.ค. 2568 ใช้เวลาฟื้นตัว 2 เดือน
ปัจจุบัน −3.41% จาก NAV สูงสุด 13.2221 (6 ต.ค. 2569)
ช่วง 1 ปี K-US500XRMF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.64 อันดับ 12 จาก 23 กอง · สูงสุดคือ KKP EWUS500-UH (1.68)
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) และมี net exposure ในกองทุนหลักดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใก… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ iShares Core S&P 500 ETF 101.79% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 21 ส.ค. 2567 NAV เคยลดลงสูงสุด −18.47% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.63% ต่อปี จากเพดาน 4.87% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.54% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท ครั้งถัดไป 500 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+3
K-US500XRMF เป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปีและขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนลงทุน
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 95.34% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch พร้อมบริการอย่าง App Store และ iCloud
เจ้าของ Windows, Microsoft 365, คลาวด์ Azure, เครื่องเกม Xbox และ LinkedIn
บริษัทแม่ของ Google เจ้าของ YouTube, Android, Gmail และ Google Cloud
แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ เจ้าของคลาวด์ AWS, Prime Video และผู้ช่วยเสียง Alexa
ออกแบบชิปเครือข่าย ชิป AI ตามสั่งให้บริษัทเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ VMware
เจ้าของ Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงแว่นอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI
ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงหน่วยความจำ HBM สำหรับชิป AI
ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และระบบช่วยขับขี่
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (101.79% ณ 30 ก.ย. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 22 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
| ก.ค. |
|---|
| ส.ค. |
|---|
| ก.ย. |
|---|
| ต.ค. |
|---|
| พ.ย. |
|---|
| ธ.ค. |
|---|
| ทั้งปี |
|---|
| 2569 | +0.5 | −1.0 | −4.6 | +10.0 | +5.0 | −1.3 | −0.1 | +2.4 | −0.6 | −1.1 | −0.2 | · | +8.5* |
| 2568 | +1.9 | −1.2 | −5.7 | −1.2 | +5.6 | +4.5 | +2.0 | +1.7 | +3.0 | +2.0 | −0.1 | +0.2 | +12.7 |
| 2567 | · | · | · | · | · | · | · | +0.6 | +1.2 | −0.7 | +5.9 | −2.5 | +4.5* |