สายการบินบางกอกแอร์เวย์สและสนามบินสมุย
KKP DIVIDEND EQUITY FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
KKP DIVIDEND-M ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
สายการบินบางกอกแอร์เวย์สและสนามบินสมุย
ทูน่ากระป๋องและอาหารทะเลส่งออก
โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในไทย
สินเชื่อรายย่อย เช่าซื้อ และบัตรเครดิต
รถยนต์ แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนรถ
คิดจากสัดส่วนของกองทุน · 5 อันดับแรก หุ้น ณ 30 ก.ย. 2569 · Factsheet ของ บลจ. · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ +5.78% ต่อปี (25% แรกของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ TDSThaiESG-A +45.17%
อันดับ 1 คือ K-ICT +18.07% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Equity General เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +14.57% | −2.84% | −0.99% | −1.49% | −3.81% | +6.18% | +19.63% | +18.38% | +6.05% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +3.0 | +8.4 | −4.7 | +1.4 | +2.1 | +4.9 | +2.3 | −0.7 | −1.6 | +0.4 | −1.2 | · | +14.6* |
| 2568 | −4.8 | −1.6 | −1.8 | +1.1 | −1.6 | −2.9 | +10.5 | +1.0 | +3.5 | −1.3 | +0.3 | +3.7 | +5.5 |
| 2567 | −1.3 | −0.2 | +3.7 | +0.7 | −1.6 | −3.9 | −3.1 | +4.0 | +6.6 | −1.9 | −4.1 | −2.5 | −4.1 |
| 2566 | −1.0 | −3.9 | −2.1 | −1.0 | +0.6 | −2.5 | +2.2 | +4.4 | −4.8 | −6.1 | +1.8 | +2.4 | −10.1 |
| 2565 | · | · | · | · | · | · | · | · | · | · | · | +1.8 | +1.8* |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −27.13% จุดสูงสุดเดิม 10 ม.ค. 2566 (NAV 13.4476) → ต่ำสุด 8 เม.ย. 2568 (NAV 9.7993) · กลับเท่าทุน 19 ก.พ. 2569 ใช้เวลาฟื้นตัว 10 เดือน
ปัจจุบัน −4.73% จาก NAV สูงสุด 14.5791 (23 ก.ย. 2569)
ช่วง 3 ปี KKP DIVIDEND-M ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.41 อันดับ 23 จาก 147 กอง · สูงสุดคือ SCBVALUEA (1.06)
กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มหรือศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความมั่นคง… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) 3.95% · บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) 3.73% · บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) 3.73% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2565 NAV เคยลดลงสูงสุด −27.13% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 2.29% ต่อปี จากเพดาน 4.82% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.87% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ ไม่กำหนด ครั้งถัดไป ไม่กำหนด ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · KKP DIVIDEND-M: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.29% · KKP DIVIDEND: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.29% · KKP DIVIDEND-F: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.15% · KKP DIVIDEND-SSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.29%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน