อันดับ 1 คือ KTSTPLUS-P +1.54%
KKP SMART PLUS FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
KKP S-PLUS-F ให้รัฐบาลหรือบริษัทยืมเงินผ่านตราสารหนี้ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงิน แล้วรับดอกเบี้ยกลับมา ไม่ได้ซื้อหุ้น
แสดง 5 รายการสูงสุดตาม Factsheet ของ บลจ. · ราคาตราสารหนี้ขึ้นลงตามดอกเบี้ยและความน่าเชื่อถือของผู้ออก
Factsheet 30 ก.ย. 2569
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% แรกของกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ +2.28% ต่อปี (25% แรกของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ KTSTPLUS-P +1.54%
อันดับ 1 คือ PRINCIPAL iDAILY-D +4.77% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Short Term General Bond เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +1.15% | +0.06% | +0.12% | +0.21% | +0.29% | +0.66% | +1.53% | +7.01% | +9.49% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +0.1 | +0.3 | −0.1 | +0.2 | +0.1 | +0.2 | +0.1 | +0.0 | +0.0 | +0.2 | +0.0 | · | +1.2* |
| 2568 | +0.2 | +0.3 | +0.3 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.1 | +0.2 | +0.2 | +2.5 |
| 2567 | +0.3 | +0.3 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.3 | +0.2 | +2.7 |
| 2566 | +0.1 | +0.1 | +0.2 | +0.1 | +0.1 | +0.1 | +0.1 | +0.2 | +0.0 | +0.3 | +0.3 | +0.2 | +1.8 |
| 2565 | · | · | · | −0.0 | +0.1 | +0.0 | +0.1 | +0.2 | −0.1 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.9* |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −0.14% จุดสูงสุดเดิม 13 ก.ย. 2565 (NAV 10.0421) → ต่ำสุด 28 ก.ย. 2565 (NAV 10.0280) · กลับเท่าทุน 25 ต.ค. 2565 ใช้เวลาฟื้นตัว 27 วัน
ปัจจุบัน 0.00% จาก NAV สูงสุด 10.9489 (3 พ.ย. 2569)
ช่วง 3 ปี KKP S-PLUS-F ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 11.40 อันดับ 21 จาก 30 กอง · สูงสุดคือ SCBSFF (18.50)
กองทุนเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่อาจพิจารณาลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐและหรือรัฐวิสาหกิจ และหรือเอกชน และหรือตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายที่กองทุนนี้สามารถลงทุนได้ และหรือเงินฝากและหรือตราสารเท… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (CBF26D28A) 6.01% · พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT26NA) 4.55% · พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้าง หนี้เงินกู้ (LB26DA) 4.52% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 4 จาก 8 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) คือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้เอกชน ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อยู่ในระดับ Investment Grade ตั้งแต่ 27 เม.ย. 2565 NAV เคยลดลงสูงสุด −0.14% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.11% ต่อปี จากเพดาน 3.72% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.00% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ ไม่กำหนด ครั้งถัดไป ไม่กำหนด ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+1
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · KKP S-PLUS-F: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.11% · KKP S-PLUS: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.38% · KKP S-PLUS-M: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.40% · KKP S-PLUS-SSF: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.38%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน