ธนาคารพาณิชย์ไทย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ และแอปธนาคาร K PLUS
LH EQUITY DIVIDEND PLUS FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
LHEQDPLUS-A ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
ธนาคารพาณิชย์ไทย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ และแอปธนาคาร K PLUS
คิดจากสัดส่วนของกองทุน · 5 อันดับแรก หุ้น ณ 30 ก.ย. 2569 · Factsheet ของ บลจ. · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% แรกของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ +4.36% ต่อปี (25% แรกของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +44.69%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Equity Large Cap เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +31.39% | −3.46% | −1.34% | −1.59% | −1.13% | +16.32% | +35.48% | +32.36% | +23.76% | +21.45% | +23.93% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −41.00% จุดสูงสุดเดิม 1 ก.ค. 2562 (NAV 10.6569) → ต่ำสุด 24 มี.ค. 2563 (NAV 6.2873) · กลับเท่าทุน 29 ธ.ค. 2565 ใช้เวลาฟื้นตัว 2 ปี 9 เดือน
ปัจจุบัน −5.18% จาก NAV สูงสุด 13.0694 (21 ก.ย. 2569)
ช่วง 5 ปี LHEQDPLUS-A ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.36 อันดับ 10 จาก 100 กอง · สูงสุดคือ SCBBANKING (1.03)
กองทุนจะนำเงินลงทุนที่ระดมได้ไปลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผล และมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ดังนี้ ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หุ้นสามัญ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) 9.30% · หุ้นสามัญ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) 9.29% · หุ้นสามัญ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) 9.21% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80 % ของ NAV ตั้งแต่ 29 ม.ค. 2562 NAV เคยลดลงสูงสุด −41.00% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 2.76% ต่อปี จากเพดาน 6.00% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.39% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 100 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · LHEQDPLUS-A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.76% · LHEQDPLUS-D: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.76%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
บริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารพาณิชย์ไทยที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ผู้พัฒนาแอปกรุงไทย NEXT และเป๋าตัง
บริษัทพลังงานของไทย ทำธุรกิจก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และปิโตรเคมีผ่านบริษัทในเครือ
ธนาคาร ttb
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +24.22% ต่อปี
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +16.16% ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +2.3 | +10.9 | −2.2 | +1.7 | +2.8 | +4.1 | +9.2 | +1.7 | −1.4 | +1.3 | −2.0 | · | +31.4* |
| 2568 | −0.3 | −4.1 | +1.6 | −1.1 | −1.7 | −2.8 | +9.4 | +0.1 | +2.8 | +1.2 | −1.1 | +3.3 | +6.8 |
| 2567 | −2.4 | −0.3 | +0.9 | 0.0 | −0.7 | −2.1 | −0.9 | +2.3 | +3.3 | −1.2 | −2.3 | −0.5 | −3.9 |
| 2566 | +0.3 | −3.1 | −2.3 | −3.1 | −0.2 | −1.9 | +2.1 | +0.5 | −1.6 | −5.4 | −1.8 | +1.8 | −13.8 |
| 2565 | −0.4 | +0.6 | +1.0 | +0.8 | −1.1 | −4.6 | +0.0 | +4.4 | −3.7 | +2.6 | +2.4 | +1.5 | +3.1 |