ธนาคารเอกชนของอินเดีย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล
LH INDIA-E Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
LHINDIAE-D เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (fund of funds) นำเงิน 94.28% ไปซื้อหน่วยของกองทุนอื่น กระจายไปหลายกอง
ผู้จัดการกองนี้เป็นคนเลือกและปรับสัดส่วนระหว่างกอง กองที่ไปถือมีค่าธรรมเนียมของตัวเองด้วย
แสดงทุกกองตามที่ Factsheet ของ บลจ. เปิดเผย · หุ้นที่กองเหล่านี้ถืออยู่แสดงด้านล่าง · ผลของกองทุนนี้จึงขึ้นกับกองทุนที่ถืออยู่เหล่านี้
ธนาคารเอกชนของอินเดีย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
เครือข่ายมือถือรายใหญ่ของอินเดีย
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
สำรวจ ผลิต กลั่น หรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
สนามบิน สายการบิน รถไฟฟ้า และเรือขนส่งสินค้า
ผู้รับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรมรายใหญ่ของอินเดีย
คิดจากสัดส่วนแต่ละ ETF ในมูลค่ากองทุนจริง · ถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนแต่ละกองทุนที่ลงทุน × หุ้นที่กองนั้นถืออยู่ ครอบคลุม 84% ของเงินที่ลงทุนในกองทุนอื่น ใช้ 10 อันดับแรกของแต่ละกอง จึงเป็นค่าต่ำสุด · Jupiter India Select ณ 30 ก.ย. 2569 · กองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio ณ 30 ก.ย. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ −4.81% ต่อปี (25% สุดท้ายของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ FP INDIA-A −3.01%
อันดับ 1 คือ FP INDIA-A +4.16% ต่อปี
อันดับ 1 คือ FP INDIA-A +1.97% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC India Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| −12.78% | +2.39% | +0.56% | +1.99% | −5.73% | −2.46% | −17.04% | −10.88% | −21.85% | +8.76% | −5.16% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | −5.5 | +1.3 | −12.6 | +6.8 | −0.7 | +2.4 | +0.4 | +1.0 | −6.3 | −1.0 | +2.0 | · | −12.8* |
| 2568 | −10.0 | −8.4 | +5.9 | +3.3 | +1.1 | +1.0 | −4.6 | −3.1 | −0.1 | +3.4 | −1.4 | −2.9 | −15.7 |
| 2567 | +2.9 | +0.9 | −0.2 | +2.7 | +0.5 | +6.3 | +2.6 | −0.5 | +0.6 | −5.5 | +1.2 | −0.8 | +10.7 |
| 2566 | −2.3 | −2.6 | −1.0 | +3.5 | +1.1 | +4.2 | +1.7 | −0.1 | +1.3 | −2.1 | +5.7 | +4.7 | +14.5 |
| 2565 | −0.2 | −6.0 | +2.2 | −3.0 | −4.5 | −4.8 | +4.5 | +2.0 | −4.5 | +2.4 | +2.8 | −6.1 | −14.9 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −48.46% จุดสูงสุดเดิม 23 ม.ค. 2561 (NAV 9.4502) → ต่ำสุด 23 มี.ค. 2563 (NAV 4.8706) · กลับเท่าทุน 27 พ.ค. 2564 ใช้เวลาฟื้นตัว 1 ปี 2 เดือน
ปัจจุบัน −31.60% จาก NAV สูงสุด 12.3276 (23 ก.ย. 2567)
ช่วง 5 ปี LHINDIAE-D ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.34 อันดับ 15 จาก 17 กอง · สูงสุดคือ FP INDIA-A (0.13)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 1 ครั้ง รวม 0.1000 บาทต่อหน่วย หรือ 1.19% ของ NAV
LHINDIAE-D จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 10.2805 → 8.4322 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน · จ่ายมากกว่าที่กองทำได้ในปีนี้ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสมก่อนหน้าหรือเงินต้น
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 10 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศทั่วโลก ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในประเทศอินเดีย โดยมีมูลค่าการลงทุนสุทธิ (net exposure) ในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีลักษณะดังกล่าว… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หน่วยลงทุน Jupiter JGF - India Select Fund 39.99% · หน่วยลงทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio Base Acc USD 39.33% · หน่วยลงทุน WisdomTree India Earnings Fund 14.95% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80 % ของ NAV ตั้งแต่ 13 ธ.ค. 2560 NAV เคยลดลงสูงสุด −48.46% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 2.29% ต่อปี จากเพดาน 5.00% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.60% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.1000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 17 ก.ค. 2569 จ่าย 24 ก.ค. 2569 · จ่ายมาแล้ว 10 ครั้ง รวม 1.2500 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 100 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:00 น. คำสั่งขายถึง 15:00 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 82.15% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · LHINDIAE-D: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.29% · LHINDIAE-A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.29% · LHINDIAE-E: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.29%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน