อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
LH US EQUITY FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
LHUS-D เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (fund of funds) นำเงิน 99.72% ไปซื้อหน่วยของกองทุนอื่น กระจายไปหลายกอง
ผู้จัดการกองนี้เป็นคนเลือกและปรับสัดส่วนระหว่างกอง กองที่ไปถือมีค่าธรรมเนียมของตัวเองด้วย
แสดงทุกกองตามที่ Factsheet ของ บลจ. เปิดเผย · หุ้นที่กองเหล่านี้ถืออยู่แสดงด้านล่าง · ผลของกองทุนนี้จึงขึ้นกับกองทุนที่ถืออยู่เหล่านี้
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ยังไม่มีอันดับช่วงที่ยาวกว่านี้
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC US Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| −22.57% | −5.27% | −5.05% | −10.58% | −9.07% | −14.37% | −27.77% | −7.65% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. |
|---|
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −29.08% จุดสูงสุดเดิม 23 ก.ย. 2568 (NAV 12.0569) → ต่ำสุด 2 พ.ย. 2569 (NAV 8.5512) · ยังไม่กลับเท่าทุน ณ 3 พ.ย. 2569
ปัจจุบัน −28.79% จาก NAV สูงสุด 12.0569 (23 ก.ย. 2568)
ช่วง 1 ปี LHUS-D ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -1.25 อันดับ 83 จาก 83 กอง · สูงสุดคือ KKP EWUS500-UH (1.68)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 1 ครั้ง รวม 0.3000 บาทต่อหน่วย หรือ 3.49% ของ NAV
LHUS-D จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 12.2654 → 8.5854 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน · จ่ายมากกว่าที่กองทำได้ในปีนี้ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสมก่อนหน้าหรือเงินต้น
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS และ/หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน (กองทุนปลายทาง) โดยมี net exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หน่วยลงทุน Invesco S&P 500 Momentum ETF 75.42% · หน่วยลงทุน SPDR S&P 500 ETF 13.98% · TRUST หน่วยลงทุน State Street SPDR 10.32% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนโดยมี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80 % ของ NAV ตั้งแต่ 27 ก.พ. 2567 NAV เคยลดลงสูงสุด −29.08% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.90% ต่อปี จากเพดาน 5.00% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.34% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.50% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.3000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 17 ก.ค. 2569 จ่าย 24 ก.ค. 2569 · จ่ายมาแล้ว 3 ครั้ง รวม 0.8000 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch พร้อมบริการอย่าง App Store และ iCloud
ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงหน่วยความจำ HBM สำหรับชิป AI
บริษัทแม่ของ Google เจ้าของ YouTube, Android, Gmail และ Google Cloud
ออกแบบชิปประมวลผล Ryzen, EPYC และการ์ดจอ Radeon รวมถึงชิปเร่งงาน AI
ออกแบบและผลิตชิปประมวลผล Intel Core สำหรับคอมพิวเตอร์ และ Xeon สำหรับเซิร์ฟเวอร์
บริษัทอเมริกันด้านยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ เช่น ยามะเร็งและเครื่องมือผ่าตัด
สำรวจ ผลิต กลั่น หรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
คิดจากสัดส่วนแต่ละ ETF ในมูลค่ากองทุนจริง · ถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนแต่ละกองทุนที่ลงทุน × หุ้นที่กองนั้นถืออยู่ ครอบคลุม 90% ของเงินที่ลงทุนในกองทุนอื่น ใช้ 10 อันดับแรกของแต่ละกอง จึงเป็นค่าต่ำสุด · Invesco S&P 500® Momentum ณ 22 ต.ค. 2569 · SPDR Trust ณ 22 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
| ก.ค. |
|---|
| ส.ค. |
|---|
| ก.ย. |
|---|
| ต.ค. |
|---|
| พ.ย. |
|---|
| ธ.ค. |
|---|
| ทั้งปี |
|---|
| 2569 | −4.6 | −5.9 | −7.5 | +8.9 | +4.7 | +1.9 | −12.5 | +0.7 | +1.0 | −8.3 | −1.6 | · | −22.6* |
| 2568 | +5.4 | −7.0 | −9.2 | +1.5 | +9.0 | +6.8 | +3.5 | +0.6 | +0.8 | −1.8 | −5.5 | −0.2 | +2.3 |
| 2567 | · | −0.7 | +2.9 | −5.1 | +0.1 | +5.7 | −4.4 | +1.8 | +4.3 | +1.8 | +11.3 | −1.2 | +16.6* |
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 3 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 100 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 14:00 น. คำสั่งขายถึง 14:00 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 85.25% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · LHUS-D: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.90% · LHUS-A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.90% · LHUS-ASSF: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.90% · LHUS-DSSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.90% · LHUS-E: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน
บริษัทอเมริกันผลิตเครื่องกัดและเคลือบวัสดุบนแผ่นเวเฟอร์สำหรับโรงงานผลิตชิป
บริษัทอเมริกันผลิตเครื่องจักร วัสดุ และซอฟต์แวร์สำหรับการผลิตชิปและจอแสดงผล