ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
SCB BILLIONAIRE FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
SCBBLN ซื้อหุ้นในต่างประเทศโดยตรง
ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
คิดจากสัดส่วนของกองทุน · 5 อันดับแรก หุ้น ณ 31 ส.ค. 2569 · Factsheet ของ บลจ. · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ −1.58% ต่อปี (ต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC US Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| −0.10% | −3.02% | −3.55% | −7.80% | −3.75% | +2.93% | −2.07% | +50.59% | −7.64% | +66.05% | +145.73% |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −51.33% จุดสูงสุดเดิม 21 ต.ค. 2564 (NAV 14.0261) → ต่ำสุด 11 ต.ค. 2565 (NAV 6.8267) · กลับเท่าทุน 22 มิ.ย. 2569 ใช้เวลาฟื้นตัว 3 ปี 8 เดือน
ปัจจุบัน −9.36% จาก NAV สูงสุด 14.1337 (30 มิ.ย. 2569)
ช่วง 5 ปี SCBBLN ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.07 อันดับ 20 จาก 29 กอง · สูงสุดคือ TUSEQ-UH (0.57)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 2.1500 บาทต่อหน่วย หรือ 16.78% ของ NAV
SCBBLN จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
ต้องซื้อและถือหน่วยก่อนวันปิดสมุด จึงจะได้รับเงินปันผลรอบนั้น
เงินปันผล 4 ครั้งล่าสุด ธ.ค. 67 0.3600 บาท · มิ.ย. 68 1.2000 บาท · ธ.ค. 68 0.9600 บาท · มิ.ย. 69 1.1900 บาท และรอบถัดไปประมาณ 0.9275 บาท 11 ธ.ค. 2569จ่ายตรงรอบมาแล้ว 7 ครั้งติดกัน จึงประมาณรอบถัดไปจากจังหวะนี้ · ไม่ใช่ประกาศจาก บลจ. วันและจำนวนจริงอาจต่างจากนี้ หรืออาจไม่จ่ายก็ได้
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 15.1899 → 12.8108 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน · จ่ายมากกว่าที่กองทำได้ในปีนี้ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสมก่อนหน้าหรือเงินต้น
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่เน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตลอดจนหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่นและ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหน… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หุ้น JPMORGAN CHASE & CO 3.95% · หุ้น JOHNSON & JOHNSON 3.92% · หุ้น VISA INC 3.87% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 24 ก.ค. 2558 NAV เคยลดลงสูงสุด −51.33% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.38% ต่อปี จากเพดาน 2.36% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.07% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.61% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 6 ต.ค. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 1.1900 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 12 มิ.ย. 2569 จ่าย 25 มิ.ย. 2569 · จ่ายมาแล้ว 19 ครั้ง รวม 7.7888 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1 บาท ครั้งถัดไป 1 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
ป้องกันค่าเงินเกือบทั้งหมด ณ 6 ต.ค. 2569 ป้องกันไว้ 99.15% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · SCBBLN: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.38% · SCBBLNA: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.38% · SCBBLNE: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.31% · SCBBLNP: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBBLNR: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
เครือข่ายชำระเงินที่อยู่เบื้องหลังบัตรเครดิตและบัตรเดบิตโลโก้ Visa
เจ้าของ Windows, Microsoft 365, คลาวด์ Azure, เครื่องเกม Xbox และ LinkedIn
สำรวจ ผลิต กลั่น หรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +26.32% ต่อปี
อันดับ 1 คือ TUSEQ-UH +10.62% ต่อปี
| +131.35% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | −5.6 | −5.0 | −5.5 | +14.5 | +10.9 | +2.4 | −7.4 | +1.9 | +2.9 | −6.5 | −0.2 | · | −0.1* |
| 2568 | +3.6 | −3.9 | −7.8 | +3.2 | +8.6 | +7.5 | +1.8 | −0.5 | +5.2 | −0.2 | −3.5 | +1.8 | +15.3 |
| 2567 | +1.6 | +6.2 | +1.5 | −5.0 | +3.1 | +5.7 | −1.3 | +2.5 | +2.0 | −0.7 | +6.3 | −1.4 | +21.7 |
| 2566 | +7.1 | −2.4 | +5.2 | +0.3 | +3.6 | +5.6 | +3.3 | −1.2 | −4.4 | −1.8 | +8.7 | +2.1 | +28.0 |
| 2565 | −14.8 | −4.9 | +1.4 | −16.9 | −6.9 | −8.6 | +9.7 | −3.2 | −9.6 | +8.3 | +3.7 | −8.0 | −42.4 |
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 19 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล