อันดับ 1 คือ SCBKEQTGE +52.10%
TISCO China India Dividend Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
TISCOCID เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (fund of funds) นำเงิน 98.77% ไปซื้อหน่วยของกองทุนอื่น กระจายไปหลายกอง
ผู้จัดการกองนี้เป็นคนเลือกและปรับสัดส่วนระหว่างกอง กองที่ไปถือมีค่าธรรมเนียมของตัวเองด้วย
แสดงทุกกองตามที่ Factsheet ของ บลจ. เปิดเผย · หุ้นที่กองเหล่านี้ถืออยู่แสดงด้านล่าง · ผลของกองทุนนี้จึงขึ้นกับกองทุนที่ถืออยู่เหล่านี้
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ −3.34% ต่อปี (25% สุดท้ายของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ SCBKEQTGE +52.10%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Asia Pacific Ex Japan เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| −14.61% | +3.56% | +0.47% | +0.89% | −7.37% | −6.75% | −17.05% | +10.30% | −15.62% | −2.54% | +12.17% |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −70.78% จุดสูงสุดเดิม 29 ต.ค. 2550 (NAV 4.8359) → ต่ำสุด 27 ต.ค. 2551 (NAV 1.4131) · ยังไม่กลับเท่าทุน ณ 3 พ.ย. 2569
ปัจจุบัน −31.41% จาก NAV สูงสุด 4.8359 (29 ต.ค. 2550)
ช่วง 5 ปี TISCOCID ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.19 อันดับ 24 จาก 27 กอง · สูงสุดคือ SCBKEQTG (0.33)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 1 ครั้ง รวม 0.2200 บาทต่อหน่วย หรือ 6.63% ของ NAV
TISCOCID จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 4.2155 → 3.3169 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน · จ่ายมากกว่าที่กองทำได้ในปีนี้ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสมก่อนหน้าหรือเงินต้น
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ในต่างประเทศที่มีนโยบายเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งหรือประกอบธุรกิจในประเทศจีนและประเทศอินเดีย ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตและมีโอกาสในการทำกำไรในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งทุน… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ ISHARES MSCI INDIA UCITS ETF 49.02% · ISHARES CORE MSCI CHINA INDEX ETF 24.95% · HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF 24.80% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 16 ต.ค. 2550 NAV เคยลดลงสูงสุด −70.78% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.70% ต่อปี จากเพดาน 3.75% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.34% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.25% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.2200 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 12 พ.ย. 2568 จ่าย 26 พ.ย. 2568 · จ่ายมาแล้ว 8 ครั้ง รวม 4.1300 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
เจ้าของแอป WeChat ผู้พัฒนาเกม RoV และ Honor of Kings พร้อมบริการเพลงและคลาวด์
เจ้าของแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง Taobao, Tmall และ Lazada พร้อมบริการ Alibaba Cloud
ธนาคารเอกชนของอินเดีย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
กลุ่มธุรกิจอินเดีย ปิโตรเคมี ค้าปลีก และโทรคมนาคม
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
เครือข่ายมือถือรายใหญ่ของอินเดีย
ผลิตสมาร์ตโฟน Xiaomi และ Redmi เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ และรถยนต์ไฟฟ้า
แพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรีและบริการท้องถิ่นในจีน และแอป Keeta ในต่างประเทศ
คิดจากสัดส่วนแต่ละ ETF ในมูลค่ากองทุนจริง · ถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนแต่ละกองทุนที่ลงทุน × หุ้นที่กองนั้นถืออยู่ ครอบคลุม 100% ของเงินที่ลงทุนในกองทุนอื่น ใช้ 10 อันดับแรกของแต่ละกอง จึงเป็นค่าต่ำสุด · iShares MSCI India UCITS ETF, USD ณ 28 ต.ค. 2569 · iShares Core MSCI China Index ณ 22 ต.ค. 2569 · Hang Seng China Enterprises Index ณ 27 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
อันดับ 1 คือ SCBKEQTGE +34.87% ต่อปี
อันดับ 1 คือ SCBKEQTGE +12.37% ต่อปี
| −26.97% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | −0.5 | −2.5 | −10.6 | +5.5 | −2.3 | −3.3 | +5.6 | −0.7 | −5.6 | −2.1 | +1.8 | · | −14.6* |
| 2568 | −1.4 | +2.3 | +5.0 | −0.8 | +2.5 | +2.9 | −1.1 | +0.3 | +4.0 | −0.3 | −0.3 | −2.0 | +11.6 |
| 2567 | −3.9 | +5.2 | +1.2 | +4.5 | +1.3 | +2.3 | +0.6 | +0.3 | +9.1 | −4.7 | −2.4 | −1.0 | +12.3 |
| 2566 | +2.8 | −7.5 | +2.4 | −0.9 | −2.4 | +4.2 | +5.0 | −5.5 | −0.6 | −4.3 | +3.6 | +2.0 | −2.3 |
| 2565 | −0.2 | −4.2 | −0.9 | −2.6 | −2.5 | −0.4 | −1.6 | +1.5 | −9.4 | −7.3 | +14.1 | −0.1 | −14.2 |
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 8 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:00 น. คำสั่งขายถึง 15:00 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 93.88% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ