อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
TALIS EXPANDED TECH-HEDGE
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
TLTECH-H ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares Expanded Tech Sector ETF (IGM) 98.13%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2569 · แสดง 6 รายการสูงสุด ส่วนที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ · ตาม Factsheet ของผู้ออกกองทุน
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ยังไม่มีอันดับช่วงที่ยาวกว่านี้
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC US Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +12.02% | −7.14% | −6.57% | −12.85% | −4.87% | +3.21% | +8.31% | +50.22% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. |
|---|
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −17.61% จุดสูงสุดเดิม 29 ต.ค. 2568 (NAV 14.0407) → ต่ำสุด 30 มี.ค. 2569 (NAV 11.5677) · กลับเท่าทุน 17 เม.ย. 2569 ใช้เวลาฟื้นตัว 18 วัน
ปัจจุบัน −13.90% จาก NAV สูงสุด 17.4466 (6 ต.ค. 2569)
ช่วง 1 ปี TLTECH-H ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.30 อันดับ 43 จาก 83 กอง · สูงสุดคือ KKP EWUS500-UH (1.68)
กองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Expanded Tech Sector ETF (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ ISHARES EXPANDED TECH SECTOR 98.13% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 24 เม.ย. 2568 NAV เคยลดลงสูงสุด −17.61% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.36% ต่อปี จากเพดาน 2.94% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.20% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
ป้องกันค่าเงินเกือบทั้งหมด ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 101.87% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch พร้อมบริการอย่าง App Store และ iCloud
เจ้าของ Windows, Microsoft 365, คลาวด์ Azure, เครื่องเกม Xbox และ LinkedIn
บริษัทแม่ของ Google เจ้าของ YouTube, Android, Gmail และ Google Cloud
ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
ออกแบบชิปเครือข่าย ชิป AI ตามสั่งให้บริษัทเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ VMware
เจ้าของ Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงแว่นอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI
ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงหน่วยความจำ HBM สำหรับชิป AI
บริษัทออกแบบชิปประมวลผล Ryzen การ์ดจอ Radeon และชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (98.13% ณ 30 ก.ย. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 22 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
| ก.ค. |
|---|
| ส.ค. |
|---|
| ก.ย. |
|---|
| ต.ค. |
|---|
| พ.ย. |
|---|
| ธ.ค. |
|---|
| ทั้งปี |
|---|
| 2569 | −1.4 | −4.0 | −4.7 | +20.3 | +15.7 | −1.9 | −6.4 | +4.5 | +4.8 | −10.0 | −1.4 | · | +12.0* |
| 2568 | · | · | · | −1.8 | +9.9 | +9.0 | +2.9 | +0.9 | +7.0 | +6.0 | −2.8 | −0.4 | +34.1* |
ออกแบบและผลิตชิปประมวลผล Intel Core สำหรับพีซี และ Xeon สำหรับเซิร์ฟเวอร์