Robowealth home
INDEGO Monthly OutlookFeb 2022

A Floating Paper Plane

Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.

This content was published on Feb 2022. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook

เปิดต้นปีต้อนรับปีเสือดุไปแล้วสำหรับเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรงจากผลการประชุม FOMC รอบที่ผ่านมา โดย Fed มีความ Hawkish มากขึ้นกว่าที่ตลาดคาดจากมุมมองการให้สัมภาษณ์ของประธาน Fed เจอโรม พาวเวล หลังให้มุมมองว่าเงินเฟ้อยังคงตัวอยู่ในระดับสูงและจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาแก้ไขที่ยาวนานขึ้น ประกอบกับความไม่ชัดเจนของ การปรับลดขนาดงบดุลโดยยังไม่มีกำหนดช่วงเวลาและวงเงินที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Growth ที่ได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เร่งตัวขึ้นมาตอบรับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed อย่างน้อย 5 ครั้งในปี 2022 ขณะที่หุ้นจีนแผ่นดินใหญ่เกิดแรงเทขายในช่วงปลายเดือน ม.ค. เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้านตราสารหนี้และ REITs ในหลายภูมิภาคยังคงได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นแรงนำโดยราคาน้ำมันจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และ Pent-up Demand ภายหลังหลายประเทศหันมาคลายมาตรการล็อกดาวน์

สำหรับในเดือนนี้เราได้มีการปรับเปลี่ยนมุมมองของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จาก Neutral มาเป็น Underweight จากระดับราคาที่ค่อนข้างตึงตัว และแนวโน้มการใช้นโยบายที่เข้มงวดกว่าคาดของ Fed รวมทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่จะเป็นปัจจัยกดดันในช่วงสั้น และเรามีการปรับมุมมองของตลาดหุ้นญี่ปุ่น จาก Overweight มาเป็น Neutral จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดในประเทศที่ยังรุนแรง นอกจากนี้เรายังปรับลดมุมมอง REITs จาก Overweight เป็น Neutral จากแรงกดดันด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญในเดือนนี้ยังเป็นประเด็นด้านเงินเฟ้อที่จะยังมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจากระดับราคาน้ำมันดิบที่มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่คลี่คลาย และระดับราคาและค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงทำให้เรามองว่าเงินเฟ้อในปีนี้ยังมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงครึ่งปีแรก แต่น่าจะเริ่มชะลอตัวลงจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นที่คาดว่าจะเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง

ด้วยทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของ Fed ส่งผลให้กระแสเงินทุนยังไหลออกจากหุ้นกลุ่ม Growth ที่มีระดับ Valuation ที่ตึงตัว ไปยังกลุ่ม Value/Cyclical มากขึ้น ซึ่งจากสถิติพบว่าราคาของหุ้นกลุ่ม Value/Cyclical ส่วนใหญ่จะปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร มากกว่าการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นกลุ่ม Growth

ขณะที่จีนในเดือน ม.ค. ปรับตัวลดลงแรงจากแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเทศกาลวันตรุษจีน ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในจีนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวน อย่างไรก็ตามจีนเริ่มมีการทยอยคลายมาตรการล็อกดาวน์ในบางเมืองแล้ว อีกทั้งภาครัฐยังมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินและ Credit Impulse เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นจีนในระยะถัดไป

มุมมองของเราในเดือนนี้ เราแนะนำให้ทยอยลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงในส่วนที่เป็น Tactical และหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Hyper/Thematic Growth ในช่วงสั้น และยังมองว่าการกระจายน้ำหนักการลงทุนอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตมากขึ้นในช่วงที่ตลาดยังคงผันผวน ทั้งนี้เรายังมองว่าธีมการลงทุนในกลุ่ม Value/Cyclical & Defensive Play เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารไทย มีแนวโน้ม Outperform ตลาดได้ในระยะสั้น-กลาง และสำหรับกองทุนที่เป็น Core Port/Growth สำหรับการลงทุนระยะยาว เช่น หุ้นกลุ่มเติบโต หุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หุ้นจีน เรายังคงแนะนำให้ทยอยสะสมต่อไปจากระดับราคาที่ปรับตัวลงมา