Robowealth home
INDEGO Monthly OutlookJan 2022

The Roaring Tiger

Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.

This content was published on Jan 2022. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook

เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นทั่วโลกค่อนข้างที่จะผันผวน โดยเฉพาะตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) ที่ในช่วงต้นเดือนปรับตัวลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron และนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักที่เริ่มส่งสัญญาณการผ่อนคลายลงเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ก่อนที่ตลาดจะเริ่มคลายความกังวลในประเด็นการแพร่ระบาดของ Omicron เนื่องจากความรุนแรงที่น้อยกว่าสายพันธุ์ Delta และในช่วงปลายเดือนตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคที่เติบโตดีกว่าคาด อีกทั้งยังมีความคาดหวังด้านผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4/2021 ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จึงหนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นตอบรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ แต่ยังคงมีความกังวลด้านการแพร่ระบาดของ Omicron ภายในประเทศอยู่ ด้านตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM) ยังคงถูกกดดันจากตลาดหุ้นจีนที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาครัฐโดยเฉพาะหุ้นจีน Offshore ขณะที่หุ้นจีน Onshore เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นจากการที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตสภาพคล่องในภาคอสังหาฯ แต่ยังถูกกดันจากการปรับประมาณการกำไรลดลง ด้านตลาดหุ้นเกิดใหม่ฝั่งเอเชีย เช่น ตลาดหุ้นไทย ยังคงแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้น EM โดยรวมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย ด้านตราสารหนี้โลกยังได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เร่งตัวสูงขึ้นจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักที่เริ่มผ่อนคลายลดลง ขณะที่ REITs โลกปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่จากการที่นานาประเทศยังคงไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ และยังได้รับอานิสงส์จากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นนำตลาดจากการที่ OPEC+ คงอัตราการเพิ่มกำลังการผลิต

สำหรับในเดือนนี้เราได้มีการปรับเปลี่ยนมุมมองของหุ้นไทยจาก Neutral มาเป็น Overweight จากการที่ดัชนี SET Index ได้ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1650 จุด เปลี่ยนการวิ่งในกรอบเป็นแนวโน้มขาขึ้นได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงท้ายปีที่ต่อเนื่องไปยังปีถัดไป ประกอบกับนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของ ธปท. และ Earnings Momentum ของหุ้นไทยที่ถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4 ปี 2021 อีกทั้งสถิติในอดีตพบว่าหุ้นไทยสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ 1 ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นไทยยังคงมีความเสี่ยงด้านการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ซึ่งอาจกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและหุ้นกลุ่มเปิดเมืองอีกครั้ง ประกอบกับความเสี่ยงที่จะมีโอกาสถูกแรงขายทำกำไรในกองทุน LTF ที่ครบกำหนดระยะเวลา 7 ปี รวมถึงความเสี่ยงด้านการเมืองไทย และความเสี่ยงจากการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของ Fed

นอกจากนี้จีนที่ภาคเศรษฐกิจที่ถูกกดดันมาตลอดปี 2021 จนทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่สำคัญเติบโตเฉลี่ยลดลงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังในช่วง 5 ปี จนทำให้รัฐบาลกลางและธนาคารกลางเริ่มไม่นิ่งเฉย และเริ่มส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย PBoC ได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอายุ 1 ปีลง 0.05% ดังนั้นเราจึงมองว่าจีนจะยังเป็นประเทศที่มีทิศทางดีขึ้นในปี 2022 โดยจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งการใช้นโยบายการเงินและการคลังเชิงผ่อนคลายที่มากขึ้น ซึ่งสวนทางกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ที่เริ่มส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินและการคลังเชิงผ่อนคลายที่ลดลง

มุมมองของเราในเดือนนี้ เราได้แนะนำให้สับเปลี่ยนการกองทุนหุ้นไทยกลุ่มเปิดเมืองไปยังกองทุนหุ้นไทยแบบ Active ที่เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว (Selective) เพื่อรับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและ Earnings Momentum ของตลาดหุ้นไทยที่ยังแข็งแกร่ง พร้อมทั้งสับเปลี่ยนกองทุนหุ้นจีนผสมไปยังกองทุนหุ้นจีน A-Share ที่ยัง Laggard และมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่น้อยกว่ากองทุนหุ้นจีนผสม นอกจากนี้เรายังคงคำแนะนำให้ลงทุนในกองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ที่สามารถทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งกองทุนหุ้นญี่ปุ่นขนาดเล็กที่ยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านธีมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเรายังแนะนำให้สะสม REITs ไทยและสิงคโปร์ที่ระดับราคายังคง น่าสนใจ ด้านมุมมองระยะกลางถึงยาวยังแนะนำให้กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้าง ได้แก่ กองทุนหุ้นโลก กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ กองทุนหุ้นจีน และกองทุนหุ้นเวียดนาม