Robowealth home
INDEGO Monthly OutlookFeb 2021

Little Bumpy

Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.

This content was published on Feb 2021. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook

สินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความคาดหวังเงินเฟ้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในขณะที่ REITs ไทยยังถูกกดดันหนักจากความล่าช้าในการแจกจ่ายวัคซีนในไทย อย่างไรก็ตามตลาดเริ่มกลับมามีความผันผวนบ้างหลังจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มกลับมาแข็งค่าในระยะสั้นกดดันราคาทองคำและทำให้ตลาดหุ้นเริ่มมีความผันผวนบ้าง

ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายต่อไป โดยมีกรรมการ ECB เผยว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย เงินฝากให้ต่ำกว่า -0.50% หากจำเป็น รวมถึงเตือนให้ธนาคารพาณิชย์เตรียมรับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นหากมาตรการช่วยเหลือต่างๆ สิ้นสุดลง พร้อมทั้งแนะนำให้ธนาคารพาณิชย์ชะลอการจ่ายเงินปันผลออกไปโดยนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายยังส่งผลบวกต่อสินทรัพย์ทางการเงิน โดยเรามองว่านโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายจะยังเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ทางการเงินต่อไป

ด้านสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 100 ล้านคนแล้ว แต่การเพิ่มขึ้นของจำนวน ผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเริ่มน้อยลงในหลายประเทศเนื่องจากมาตรการคุมเข้มที่ใช้และปริมาณการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตามยังคงมีบางประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ด้านการพัฒนาวัคซีนก็มีความคืบหน้ามากขึ้น หลังบริษัท Johnson & Johnson และบริษัท Novavax ได้ออกมาเผยผลการทดลองของการฉีดวัคซีนว่ามีประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 57-72% และ 89% ตามลำดับ ในด้านความคืบหน้าของปริมาณวัคซีนที่มีการฉีดทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นเกิน 100 ล้านโดส นำโดยสหรัฐฯ และจีนที่ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 20 ล้านโดส ซึ่งเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ประเทศที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนเทียบจำนวนประชากรทั้งหมดมากกว่า 30% อย่างอิสราเอลหรือ UAE ได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมกลุ่มเปราะบางและกลุ่มอื่นๆ แล้วเนื่องจากจำนวนประชากรในประเทศทั้งสองมีจำนวนที่น้อย โดยเรามองว่าความคืบหน้าในการแจกจ่ายวัคซีนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลกให้กลับมาฟื้นตัวได้ไวมากขึ้น

ด้าน IMF ได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2021 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 5.2% เป็นขยายตัว 5.5% โดยมีปัจจัยหลักจากมาตรการการคลังในแต่ละประเทศทั่วโลกที่จะออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาด รวมไปถึงการแจกจ่ายวัคซีนที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนความคาดหวังของเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีการแข็งค่าในระยะสั้นจากความคาดหวังด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ

สำหรับประเด็นสำคัญในรายภูมิภาค เรามองว่าในฝั่งสหรัฐฯ เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี หนุนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไบเดน เช่นเดียวกับผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งมาจากการปรับลดการตั้งสำรองหนี้สูญ เป็นหลัก รวมถึงรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ (IB) ที่เติบโตตามความผันผวนของตลาด ด้านหุ้นตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มกลับมาเติบโต ได้ดีนำโดยจีนและอินเดีย โดยอินเดียได้ปรับเป้าขาดดุลทางการคลัง FY2021 เป็น 9.5% ต่อ GDP สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1991 และ มีเป้าขาดดุลการคลัง FY2022 เป็น 6.9% ต่อ GDP ซึ่งรวมถึงงบลงทุนที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 5.54 ล้านล้านรูปี เพิ่มขึ้น 34.5% จากงบประมาณปีก่อนหน้า ขณะที่เศรษฐกิจจีนมีความแข็งแกร่งมากสะท้อนผ่าน GDP ไตรมาส 4/2020 ที่ขยายตัวขึ้น 6.5% (YoY) มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดส่งผลให้ GDP ปี 2020 ขยายตัวที่ 2.3% (YoY) นำโดยภาคการผลิตและการส่งออก เช่นเดียวกับ ภาคตลาดทุนของจีนที่มีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นถึงแม้จะมีเรื่องการออกกฎระเบียบออกมาควบคุมอำนาจการผูกขาดบริษัทเทคโนโลยี ด้านหุ้นเวียดนามมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นหลังตลาดปรับฐานลงมาหลังพบการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่

สำหรับในเดือนนี้เราแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นจีน หุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นโลกขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้รับประโยชน์จาก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแนะนำให้ขายทำกำไรไปบ้างเพื่อปรับสมดุลพอร์ต เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ในขณะที่หุ้นเวียดนามที่ปรับฐานลงมามองเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนระยะยาว จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง