Silent Eclipse
Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.
This content was published on Nov 2021. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook
เดือน ต.ค. ที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นในหลายภูมิภาคมีความผันผวน โดยหุ้นโลกปรับตัวลดลงในช่วงต้นเดือนจากแผนการลดวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ชัดเจนโดยอาจจะเริ่มต้นในช่วงกลางเดือน พ.ย. ถึง กลางเดือน ธ.ค. ปีนี้ อีกทั้งโอกาสในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในปีหน้าที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัวกลับมาในช่วงกลางเดือนโดยเฉพาะฝั่งหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว (DM) เช่น หุ้นสหรัฐฯ ที่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่จากการประกาศผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าคาด ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลงตามหุ้นโลกในช่วงครึ่งเดือนแรกและยังรอทิศทางผลการเลือกตั้งในช่วงปลายเดือน ต.ค. ด้านหุ้นตลาดเกิดใหม่ (EM) ยังผันผวนในกรอบแต่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากหุ้นจีนที่ปรับตัวขึ้นจากความกังวลด้านกฎระเบียบที่ลดลง ด้านตราสารหนี้โลกยังได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เร่งตัวสูงขึ้น ขณะที่ REITs โลกยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อจากเงินเฟ้อที่ยังคงตัวอยู่ในระดับสูง ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องนำโดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงจาก Pent-up Demand หลังการกลับมาเปิดเมืองและปัญหาด้านการขาดแคลนพลังงาน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเอเชียยังคงดีขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่ปรับตัวลดลง จากการเร่งฉีดวัคซีนต่อเนื่อง ขณะที่การแพร่ระบาดในจีน สิงคโปร์ และยุโรปยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีผู้ติดเชื้อบางส่วนในยุโรปถูกตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า “Delta Plus” ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดิม
สำหรับประเด็นสำคัญในเดือนนี้เราจะเห็นราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากประเทศในหลายภูมิภาคเริ่มกลับมาคลายมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้เกิด Pent-up Demand ในสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่มีการใช้เพื่อสร้างความอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว รวมถึงถ่านหินที่เป็นสัดส่วนหลักในการผลิตพลังงานในจีนซึ่งยังคงขาดแคลนจากนโยบายการลดการนำเข้าถ่านหินและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเป็นการทดแทน เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่ยังคงขาดแคลนจากแรงงานและกำลังการผลิตยังไม่กลับเข้าสู่ระดับช่วงก่อนเกิด COVID-19 เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยหนุนให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
เศรษฐกิจจีนยังเติบโตชะลอตัวต่อเนื่องในไตรมาส 3 จากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 ปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ จึงทำให้ภาครัฐและธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ แต่รัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าปราบปรามการเก็งกำไรในอสังหาฯ เพื่อให้ภาคอสังหาฯ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลจะเข้ามาช่วยดูแลปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกค้าและคู่ค้าของผู้พัฒนาอสังหาฯ นอกจากนี้การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 8-11 พ.ย. ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีโอกาสที่ภาครัฐอาจส่งสัญญาณการผ่อนคลายความเข้มงวดด้านกฎระเบียบลง
การเลือกตั้งในญี่ปุ่นที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค. นี้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยพรรค LDP ที่มีผู้นำคนใหม่คึอ ฟูมิโอะ คิชิดะ มีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้สูงจากผลสำรวจคะแนนนิยมที่ยังเหนือกว่าพรรคคู่แข่ง โดยคิชิดะได้มีการนำเสนอนโยบายพรรคซึ่งจะให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตการแพร่ระบาด ลดช่องว่างรายได้ของคนญี่ปุ่น พร้อมทั้งสนับสนุนภาค SME อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นญี่ปุ่นขนาดเล็ก อีกทั้งจากสถิติในอดีตยังพบว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นมักให้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงไตรมาส 4 ของปีตลอดจนช่วงหลังเลือกตั้งอีกด้วย
มุมมองของเราในเดือนนี้ เรายังแนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีระดับราคาน่าสนใจ สามารถทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งแนะนำให้ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นขนาดเล็กเพื่อรับประโยชน์จากการกลับมาเปิดเศรษฐกิจและนโยบายพรรค LDP ที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ สำหรับหุ้นจีนเรายังแนะนำให้ทยอยสะสมจากระดับราคาที่น่าสนใจและความกังวลด้านกฎระเบียบที่เริ่มผ่อนคลาย ด้านธีมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเรายังแนะนำให้สะสมสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเมือง เช่น หุ้นสหรัฐฯ หุ้นไทยและ REITs สำหรับมุมมองระยะกลางถึงยาวยังแนะนำให้กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้าง ได้แก่ หุ้นโลก หุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นจีน และหุ้นเวียดนาม