Robowealth home
INDEGO Monthly OutlookMar 2023

The Case For Asia

Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.

This content was published on Mar 2023. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook

เดือน ก.พ. ที่ผ่านมาสินทรัพย์ทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลงนำโดยหุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นเวียดนามและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ จากความกังวลในเรื่องแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่อาจอยู่ในระดับสูงและยาวนานกว่าที่คาดหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณการเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เร่งตัว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ในเดือนที่ผ่านมาเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้ดำรงตำแหน่งธนาคารกลางหลักของโลกอย่าง Fed และ BOJ โดยด้าน Fed มีการเปลี่ยนรองผู้ว่าธนาคารกลางและสมาชิกคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เราไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มนโยบายการเงินหลังจากนี้ เนื่องจาก Fed ให้ความสำคัญกับการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อและตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ BOJ ได้มีว่าที่ผู้ว่าการคนใหม่ คือ คาซูโอะ อุเอดะ ซึ่งมีโอกาสคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระยะสั้นถึงกลางต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการปรับนโยบายการเงินของ BOJ ในอนาคตหากเงินเฟ้อยังเร่งตัวซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

เรายังมองว่าถึงแม้เงินเฟ้อทั่วโลกที่นำโดยสหรัฐฯ จะมีแนวโน้มออกมาสูงกว่าคาด แต่มีโอกาสสูงที่จะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้ตราสารหนี้เป็นสินทรัพย์หนึ่งที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าสนใจในปีนี้ เนื่องด้วยอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง และมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างของราคาในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงที่จะชะลอตัว โดยเราแนะนำลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงผ่านกองทุนที่สามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนตราสารหนี้ได้อย่างยืดหยุ่น

ด้านตลาดหุ้นจีน เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้นจากแรงสนับสนุนของนโยบายการเปิดเมืองและการผ่อนคลายด้านนโยบายควบคุมบริษัทขนาดใหญ่และภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลข PMI ที่ฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง อีกทั้งยังเห็นสัญญาณการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของดัชนีหุ้นจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามข้างหน้าคือการประชุมสภาที่ปรึกษาการเมืองของจีนและประชุมสภาประชาชนจีน ซึ่งคาดว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในปีนี้

ในส่วนของตลาดหุ้นเวียดนามได้เกิดกระแสความกังวลระลอกใหม่หลังบริษัท Novaland ขอเลื่อนการชำระหนี้หุ้นกู้เนื่องจากสภาพคล่องบริษัทที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนทางการเงินของเวียดนามที่เพิ่มสูงขึ้น เรามองว่าตลาดหุ้นได้สะท้อนความกังวลส่วนหนึ่งไปแล้วผ่านราคาที่ปรับตัวลดลง โดย Valuation ของตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลงจนอยู่ในระดับเดียวกับช่วงวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในปี 2010-2012 แล้ว และเรามองว่าภาครัฐจะทยอยออกมาตรการช่วยเหลือออกมาในลำดับถัดไป ทำให้ในช่วงนี้ตลาดหุ้นเวียดนามจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นแต่เป็นจังหวะการสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว

ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมีแนวโน้มดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นประเด็นระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในประเด็นที่จีนมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศตะวันตกมีความพยายามยับยั้งพัฒนาการของจีนทั้งในด้านการค้าและเทคโนโลยี จึงมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการลงทุนให้มีความผันผวนมากขึ้น ในส่วนของยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน การระงับการส่งก๊าซผ่านท่อ Nord Stream ของรัสเซียสู่ยุโรปทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง อย่างไรก็ตาม ยุโรปมีการรับมือภาวะการขาดแคลนพลังงานได้ค่อนข้างดีและมีแผนรับมือในอนาคต เราจึงมองว่าหุ้นยุโรปมีความน่าสนใจมากขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบกับ Valuation ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังคงต้องระวังความเสี่ยงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราจึงแนะนำรอจังหวะทยอยสะสมและเข้าเก็งกำไรในช่วงที่ตลาดปรับฐานลงมา

ด้านผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ โดยรวมกำไรยังคงเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม หากไม่นับรวมอุตสาหกรรมพลังงานจะพบว่ากำไรมีการหดตัว และมีแนวโน้มชะลอตัวลงอีกเนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ขณะที่บริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นมีรายได้เติบโต ขณะที่กำไรหดตัวจากเงินเฟ้อ แต่เรามองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคต นำโดยกลุ่มภาคการบริโภคและการส่งออกที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศ

สำหรับมุมมองของเราในเดือนนี้ เรายังคงมุมมองการระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังคงกดดัน ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่เรามีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชียมากขึ้นหลังจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยแนะนำรักษาสมดุลและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตทั้งขาขึ้นและขาลงผ่านการทยอยสะสมตราสารหนี้โลก หุ้นกลุ่ม Defensive และ Growth และ Rebalance พอร์ตการลงทุนโดยเฉพาะหุ้นจีน หุ้นตลาดเกิดใหม่ และหุ้นเวียดนาม รวมถึง REITs