The Long-awaited Reopening
Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.
This content was published on Feb 2023. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook
เดือน ม.ค. ที่ผ่านมาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นเวียดนาม และหุ้นจีน หลังจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ประกอบกับนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หลังตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกเริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
การประกาศผ่อนคลายนโยบายสำคัญของจีนตั้งแต่การผ่อนคลายนโยบาย Zero-COVID ซึ่งเริ่มให้มีการเปิดเมือง การผ่อนคลายกฎระเบียบต่อกลุ่มเทคโนโลยีจีน เช่น การอนุมัติเกมใหม่ให้สามารถให้บริการได้ การกลับมาให้ผู้ใช้งานแอปเรียกรถสามารถลงทะเบียนใหม่ได้ รวมถึงการอนุมัติให้ Ant Group สามารถระดมทุนรอบใหม่ได้ ตลอดจนการผ่อนคลายกฎระเบียบการควบคุมภาคอสังหาฯ ผ่านนโยบาย Three Red Lines ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวได้ดีอีกครั้งหลังจากเผชิญกับแรงกดดันทางด้านนโยบายและชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้เรามองว่าในระยะสั้นถึงกลางเศรษฐกิจจีนและตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ตามการบริโภคที่กลับมาจากการเปิดเมือง อย่างไรก็ตามเรายังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงเรื่องนโยบาย Common Prosperity ในระยะยาว
ด้านตลาดหุ้นเกิดใหม่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นในปีนี้จากการเปิดประเทศของจีน และแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดลดลงของ Fed ที่ช่วยลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ยและค่าเงินสหรัฐฯ ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ ตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยเรามองว่าปีนี้ตลาดหุ้นเกิดใหม่มีแนวโน้มกลับมาสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ทั้งนี้ตัวเลขยอดการส่งออกของเกาหลีใต้ซึ่งมักจะสามารถใช้เป็นสัญญาณในการจับจังหวะในการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่มีโอกาสผ่านจุดต่ำสุดภายในครึ่งแรกของปีนี้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าตั้งแต่ต้นปีตามแนวโน้มการลดความเข้มงวดในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่มีระดับ Valuation ที่ไม่แพงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
แม้เศรษฐกิจโลกจะเริ่มมีข่าวดีจากการที่จีนเปิดประเทศ ส่งผลให้หลายประเทศมีโอกาสเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ลดลง แต่สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ เรายังมองว่ามีแนวโน้มชะลอตัวและเข้าสู่ Mild Recession ในปี 2023 ซึ่งเป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ทั้งนี้ดัชนีชี้นำของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับดัชนีชี้พ้องเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง เช่น ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อที่ถึงแม้จะยังอยู่ในระดับสูงแต่เริ่มชะลอความร้อนแรงลง ทำให้เราคาดว่า Fed จะลดความร้อนแรงลงในการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต แต่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไปอีกพักใหญ่เพื่อคุมอัตราเงินเฟ้อให้เข้าใกล้ระดับเป้าหมายที่ 2% โดยเรามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งเหมาะต่อการใช้กลยุทธ์การสร้างสมดุลพอร์ตให้เหมาะสม โดยแนะนำการลงทุนในตราสารหนี้โลกที่เริ่มให้อัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ และลงทุนหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น Healthcare เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งด้านขาขึ้นและขาลง
ด้านตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในแนวโน้มการฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจหลังจากได้รับอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวหลังจีนประกาศเปิดประเทศ โดยผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารในปี 2022 โดยภาพรวมมีรายได้เติบโตกว่า 4.3% จากปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของสินเชื่อและส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยรวมปรับตัวลงเล็กน้อย ด้านกำไรสุทธิเติบโตกว่า 9.7% จากปีก่อนหลังการตั้งสำรองหนี้สูญลดลงและการควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารไทยตามแนวโน้มของผลประกอบการที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจไทยหลังภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ และภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร คุณภาพของสินทรัพย์และหนี้เสียที่มีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ท้าทายเศรษฐกิจไทยในปีนี้เป็นปัจจัยในด้านเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอาจส่งผลกระทบกดดันภาคการส่งออกไทยให้ชะลอตัวลง
สำหรับมุมมองของเราในเดือนนี้ เรายังคงมุมมองการระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงแต่มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นหลังจากจีนประกาศเปิดประเทศ และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่เริ่มชะลอตัวลง โดยแนะนำสร้างสมดุลและบริหารความเสี่ยงทั้งขาขึ้นและขาลงผ่านการทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก หุ้นกลุ่ม Defensive และ Growth และ Rebalance พอร์ตการลงทุนโดยเฉพาะหุ้นจีน หุ้นตลาดเกิดใหม่ และหุ้นเวียดนาม รวมถึง REITs