THE CENTURY CRISIS
Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.
This content was published on Apr 2020. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook
เกือบทุกสินทรัพย์ปรับตัวลงจากเดือนที่แล้ว นำโดยน้ำมันและ REITs โลก จากความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ขณะที่ความต้องการสภาพคล่องทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
เดือนที่ผ่านมาเกือบทุกสินทรัพย์ปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดยเราได้พบกับการปรับตัวลงที่รวดเร็วที่สุดของตลาดหุ้นทั่วโลกและการปรับตัวขึ้นที่รวดเร็วที่สุดของ Credit Spread ในตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากความต้องการสภาพคล่องในระดับสูงและความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เริ่มรุนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หลังตัวเลขจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อรวมทั่วโลกทะลุเกินกว่า 8 แสนราย และจำนวนผู้ป่วยนอกจีนที่เพิ่มขึ้นได้ปรับตัวขึ้นแซงหน้าจำนวนผู้ป่วยใหม่ในจีนแล้ว นำโดยสหรัฐฯ และยุโรป นับเป็นการระบาดของโรคที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี หรือนับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของเชื้อหวัดสเปนในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
ส่งผลให้ธนาคารกลางและรัฐบาลทั่วโลกได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องทำให้เราเข้าสู่ยุคเงินล้นโลกกันอีกครั้ง โดยในด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบฉุกเฉินลงเพิ่มเติมสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งที่ระดับ 0% พร้อมด้วยการประกาศอัดฉีดด้วยการทำ QE แบบไม่จำกัดวงเงิน พร้อมด้วยนโยบายอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ส่งผลให้หลายธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมาไม่ขาดสาย
ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการการคลังชุดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์นำประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วยงบประมาณกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแจกเงินให้กับประชาชนและช่วยเหลือภาคธุรกิจต่างๆ อีกทั้งช่วยบรรเทาผลกระทบเชิงลบที่รุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจในครั้งนี้ และน่าจะได้เห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมาอีกมากมายจากรัฐบาลทั่วโลก
โดยเรามองว่าด้วยเหตุการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ครั้งนี้มีความรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นเหตุการณ์ที่ธรรมชาติส่งมาแก้ปัญหาความไม่สมดุลหรือความเหลื่อมล้ำของโลก และมักจะตามมาด้วยผลกระทบที่รุนแรงและเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ดังเช่น เหตุการณ์การระบาดของกาฬโรคในศตวรรษที่ 14 หรือ เหตุการณ์การระบาดของโรคหวัดสเปนในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมหลายอย่าง ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสมัยใหม่
ซึ่งเรามองว่าไวรัส COVID-19 เป็นเพียงแค่ชนวนที่เร่งให้เกิดภาวะ Disruption ที่ไวขึ้นอย่างมหาศาลทั่วโลก วันนี้เองผู้คนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตไปใช้สินค้าและบริการของธุรกิจสมัยใหม่มากขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ การสั่งอาหารออนไลน์ การประชุมทางออนไลน์ การดูหนังฟังเพลงผ่านระบบสตรีมมิง และการใช้บริการออนไลน์ต่างๆ ซึ่งยากต่อการหวนกลับไปใช้พฤติกรรมแบบดั้งเดิม ยิ่งเป็นการตอกย้ำช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในรอบ 100 ปี ผลกระทบที่ตามมาต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมจึงมีความรุนแรงเป็นอย่างมากและเกินกว่าจะคาดเดาได้
เรามองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดโดมิโนทางเศรษฐกิจและสังคมตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรง อัตราการว่างงานทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นครั้งใหญ่ การผิดนัดชำระหนี้ที่ตามมา และการล้มละลายของหลายบริษัทในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทที่เป็นธุรกิจยุคเก่าและไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อโลกยุคใหม่ น่าจะมีการล้มหายตายจากไป หรือ ไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาเติบโตได้ดังเช่นในอดีต ด้วยความตระหนักในวิกฤตครั้งนี้ว่าเป็น “วิกฤตแห่งศตวรรษ”
ในเดือนนี้เราจึงแนะนำให้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในภาพรวมของพอร์ต ทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้ และ REITs และเน้นเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นโดยเฉพาะกลุ่มพันธบัตรระยะสั้นเพื่อรักษาเงินลงทุน เตรียมรับมือกับภาวะตลาดหุ้นขาลงครั้งใหญ่ และรอจังหวะที่เหมาะสมในการคว้าโอกาสครั้งสำคัญในรอบศตวรรษที่จะมาถึงในอนาคตข้างหน้า