อันดับ 1 คือ KTSTPLUS-P +1.54%
K SF Plus Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
K-SFPLUS-A ให้รัฐบาลหรือบริษัทยืมเงินผ่านตราสารหนี้ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงิน แล้วรับดอกเบี้ยกลับมา ไม่ได้ซื้อหุ้น
แสดง 5 รายการสูงสุดตาม Factsheet ของ บลจ. · ราคาตราสารหนี้ขึ้นลงตามดอกเบี้ยและความน่าเชื่อถือของผู้ออก
Factsheet 30 ก.ย. 2569
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ +1.45% ต่อปี (ต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ KTSTPLUS-P +1.54%
อันดับ 1 คือ PRINCIPAL iDAILY-D +4.77% ต่อปี
อันดับ 1 คือ PRINCIPAL iDAILY-D +3.16% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Short Term General Bond เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +0.82% | +0.03% | +0.08% | +0.14% | +0.20% | +0.46% | +1.08% | +5.67% | +7.48% | +9.52% | +14.86% | +15.79% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +0.0 | +0.2 | +0.0 | +0.1 | +0.1 | +0.1 | +0.1 | +0.1 | +0.0 | +0.1 | +0.0 | · | +0.8* |
| 2568 | +0.2 | +0.3 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.1 | +0.0 | +0.1 | +0.2 | +2.0 |
| 2567 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.1 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.4 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +0.1 | +2.4 |
| 2566 | +0.1 | +0.0 | +0.2 | +0.1 | +0.1 | +0.1 | +0.2 | +0.1 | +0.1 | +0.2 | +0.2 | +0.2 | +1.6 |
| 2565 | +0.0 | +0.0 | −0.0 | −0.1 | +0.0 | −0.1 | +0.1 | +0.2 | −0.1 | +0.1 | +0.2 | +0.2 | +0.5 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −0.33% จุดสูงสุดเดิม 17 มี.ค. 2565 (NAV 10.7933) → ต่ำสุด 17 พ.ค. 2565 (NAV 10.7576) · กลับเท่าทุน 16 ส.ค. 2565 ใช้เวลาฟื้นตัว 2 เดือน
ปัจจุบัน 0.00% จาก NAV สูงสุด 11.5784 (4 พ.ย. 2569)
ช่วง 5 ปี K-SFPLUS-A ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 7.63 อันดับ 21 จาก 29 กอง · สูงสุดคือ KKP PLUS (16.00)
กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ภาคเอกชน และหรือเงินฝาก ทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หุ้นกู้ (TBEV288A) 2.58% · หุ้นกู้ (CPAXT27OC) 2.29% · พันธบัตร (CBF27510A) 2.24% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 4 จาก 8 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) คือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้เอกชน โดยมีตราสาร non-investment grade/unrated ไม่เกิน 20% ของ NAV ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2559 NAV เคยลดลงสูงสุด −0.33% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.42% ต่อปี จากเพดาน 2.35% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.32% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 11 ก.ย. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ ไม่กำหนด ครั้งถัดไป ไม่กำหนด ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+1
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · K-SFPLUS-A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.42% · K-SFPLUS-I: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.26% · K-SFPLUS-Z: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.10%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน