อันดับ 1 คือ K-SFIXED +4.45%
Krungsri Medium Term Fixed Income Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
KFMTFI ให้รัฐบาลหรือบริษัทยืมเงินผ่านตราสารหนี้ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงิน แล้วรับดอกเบี้ยกลับมา ไม่ได้ซื้อหุ้น
แสดง 5 รายการสูงสุดตาม Factsheet ของ บลจ. · ราคาตราสารหนี้ขึ้นลงตามดอกเบี้ยและความน่าเชื่อถือของผู้ออก
Factsheet 30 ก.ย. 2569
ปีที่ผ่านมาต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ +1.89% ต่อปี (ดีกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ K-SFIXED +4.45%
อันดับ 1 คือ PRINCIPAL FI +3.94% ต่อปี
อันดับ 1 คือ KKP INRMF +2.86% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Mid Term General Bond เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +0.48% | +0.13% | +0.31% | +0.54% | +0.33% | +0.84% | +1.06% | +8.14% | +9.79% | +12.63% | +19.39% | +69.66% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | −0.4 | +0.7 | −1.0 | +0.4 | −0.0 | +0.4 | +0.1 | +0.0 | −0.2 | +0.5 | +0.0 | · | +0.5* |
| 2568 | +0.0 | +0.5 | +0.6 | +0.5 | +0.2 | +0.7 | +0.3 | +0.6 | −0.2 | −0.6 | +0.2 | +0.3 | +3.2 |
| 2567 | +0.3 | +0.3 | +0.2 | −0.1 | +0.3 | +0.3 | +0.4 | +0.3 | +0.3 | +0.3 | +0.5 | +0.2 | +3.3 |
| 2566 | −0.0 | +0.0 | +0.3 | +0.0 | −0.0 | +0.0 | +0.1 | +0.1 | −0.4 | +0.2 | +0.6 | +0.5 | +1.5 |
| 2565 | −0.0 | +0.1 | −0.2 | −0.7 | +0.2 | −0.1 | +0.3 | +0.5 | −0.6 | +0.2 | +0.6 | +0.5 | +0.8 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −1.55% จุดสูงสุดเดิม 20 ส.ค. 2564 (NAV 16.1846) → ต่ำสุด 10 พ.ค. 2565 (NAV 15.9338) · กลับเท่าทุน 24 พ.ย. 2565 ใช้เวลาฟื้นตัว 6 เดือน
ปัจจุบัน 0.00% จาก NAV สูงสุด 17.6835 (4 พ.ย. 2569)
ช่วง 5 ปี KFMTFI ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 2.33 อันดับ 21 จาก 43 กอง · สูงสุดคือ F-RMF (8.68)
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีความมั่นคง และมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ซึ่งกำหนดอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินที่ได้รับจากทรัพย์สินของกองทุนรวม (Portfolio Duration) ไม่เกิน 3.25 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและอยู่ในดุลยพินิจของบริษัทจัดการ… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยงวดที่ 17/FRB183/69 9.03% · พันธบัตรรัฐบาลเพอการบร หารหน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 7.50% · พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยงวดที่ 6/364/69 6.65% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 4 จาก 8 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) คือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้เอกชน โดยมีตราสาร non-investment grade /unrated ไม่เกิน 20% ของ NAV ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2548 NAV เคยลดลงสูงสุด −1.55% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.45% ต่อปี จากเพดาน 0.96% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.32% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท ครั้งถัดไป 500 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน