อันดับ 1 คือ SCBGENOME(E) +62.13%
LH HEALTH INNOVATION FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
LHHEALTH-DSSF ลงทุนผ่านกองทุนหลัก AB International Health Care Portfolio 96.78%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
ตรวจ Factsheet เมื่อ 27 ต.ค. 2569 · แสดง 6 รายการสูงสุด ส่วนที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ · ตาม Factsheet ของ AllianceBernstein
ปีที่ผ่านมาต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม ยังไม่มีอันดับช่วงที่ยาวกว่านี้
อันดับ 1 คือ SCBGENOME(E) +62.13%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Health Care เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +12.25% | +2.29% | +3.09% | +9.97% | +10.43% | +18.03% | +18.58% | +15.86% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. |
|---|
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −24.18% จุดสูงสุดเดิม 2 ก.ย. 2567 (NAV 6.5465) → ต่ำสุด 7 ส.ค. 2568 (NAV 4.9635) · ยังไม่กลับเท่าทุน ณ 3 พ.ย. 2569
ปัจจุบัน −1.16% จาก NAV สูงสุด 6.5465 (2 ก.ย. 2567)
ช่วง 1 ปี LHHEALTH-DSSF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 1.17 อันดับ 14 จาก 40 กอง · สูงสุดคือ FP HCARE-A (1.64)
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยกองทุนหลักที่ไปลงทุน คือ กองทุน AB International Health Care Portfolio ในชนิดหน่วยลงทุน class I USD สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD)… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ Johnson & Johnson 9.49% · Eli Lilly & Co 9.16% · UnitedHealth Group, Inc 6.56% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 7 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุน โดยเน้นเพียงบางหมวดอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80 % ของ NAV ตั้งแต่ 20 พ.ย. 2566 NAV เคยลดลงสูงสุด −24.18% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 2.16% ต่อปี จากเพดาน 5.00% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.61% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่ยังไม่มีประวัติการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ ไม่กำหนด ครั้งถัดไป ไม่กำหนด ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 14:00 น. คำสั่งขายถึง 14:00 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 80.26% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · LHHEALTH-DSSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.16% · LHHEALTH-A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.16% · LHHEALTH-ASSF: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.16% · LHHEALTH-D: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.16% · LHHEALTH-E: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.16%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทอเมริกันด้านยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ เช่น ยามะเร็งและเครื่องมือผ่าตัด
ยาเบาหวานและยาลดน้ำหนัก
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
ผลิตยารักษาโรคซิสติกไฟโบรซิส และยาปรับแต่งยีนรักษาโรคธาลัสซีเมีย
บริษัทยาสหรัฐฯ ผลิตยารักษาและป้องกัน HIV ยาไวรัสตับอักเสบ และยามะเร็ง
โรงพยาบาล ยา และอุปกรณ์การแพทย์
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (96.78% ณ 30 ก.ย. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · Factsheet ของ AllianceBernstein · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
| ก.ค. |
|---|
| ส.ค. |
|---|
| ก.ย. |
|---|
| ต.ค. |
|---|
| พ.ย. |
|---|
| ธ.ค. |
|---|
| ทั้งปี |
|---|
| 2569 | +0.0 | +2.1 | −6.5 | −0.5 | +1.4 | +5.0 | +1.0 | +3.5 | −2.1 | +9.3 | −0.8 | · | +12.2* |
| 2568 | +4.6 | +1.0 | −2.4 | −2.5 | −4.6 | +0.7 | −4.3 | +3.2 | +1.6 | +3.1 | +6.6 | −1.4 | +5.1 |
| 2567 | +2.6 | +2.9 | +2.1 | −5.4 | +3.1 | +2.3 | +0.3 | +3.9 | −4.8 | −4.8 | −0.1 | −7.3 | −6.0 |
| 2566 | · | · | · | · | · | · | · | · | · | · | +0.6 | +3.8 | +4.4* |