ธนาคารเอกชนของอินเดีย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล
SCB INDIA EQUITY FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 4 พ.ย. 2569
SCBINDIA ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares India 50 ETF (INDY) 96.89%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
ธนาคารเอกชนของอินเดีย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และธนาคารดิจิทัล
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
กลุ่มธุรกิจใหญ่ที่สุดของอินเดีย ทำโรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี ค้าปลีก และมือถือ Jio
บริษัทอินเดียให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตภายใต้แบรนด์ Airtel ในอินเดียและแอฟริกา
บริษัทอินเดียรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรมรายใหญ่ ทั้งถนน รถไฟฟ้า โรงไฟฟ้า และโรงกลั่น
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
บริษัทอินเดียรับพัฒนาซอฟต์แวร์และดูแลระบบไอทีให้ธนาคารและบริษัทใหญ่ทั่วโลก
ปล่อยกู้และรับฝากเงิน รายได้หลักคือดอกเบี้ย
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (96.89% ณ 31 ส.ค. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 22 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2569 · แสดง 6 รายการสูงสุด ส่วนที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ · ตาม Factsheet ของผู้ออกกองทุน · ประเทศคิดจากชื่อกองทุนที่ลงทุนประเทศเดียว
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ −3.07% ต่อปี (ต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ FP INDIA-A −1.85%
อันดับ 1 คือ FP INDIA-A +4.58% ต่อปี
อันดับ 1 คือ FP INDIA-A +2.22% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC India Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 4 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| −10.74% | +7.45% | +6.37% | +8.54% | −0.59% | +0.41% | −11.61% | −4.17% | −14.45% | +17.40% | +46.10% | +41.69% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | −3.9 | −0.0 | −10.2 | +3.0 | −2.6 | +1.8 | +0.3 | −0.7 | −6.4 | +3.5 | +4.8 | · | −10.7* |
| 2568 | −2.1 | −4.8 | +6.4 | +3.6 | +0.4 | +1.4 | −5.0 | −1.8 | −0.4 | +3.7 | +1.1 | −2.4 | −0.6 |
| 2567 | −0.4 | +1.2 | +0.8 | +0.1 | +0.5 | +4.8 | +1.3 | −0.7 | +0.6 | −4.6 | −0.5 | −4.2 | −1.4 |
| 2566 | −0.7 | −2.7 | −0.3 | +3.4 | +0.3 | +4.8 | +1.4 | −2.3 | +0.4 | −3.0 | +4.5 | +6.4 | +12.3 |
| 2565 | +1.3 | −5.4 | +1.8 | −2.9 | −4.1 | −4.7 | +5.3 | +2.6 | −4.8 | +3.5 | +4.7 | −5.6 | −9.0 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −43.85% จุดสูงสุดเดิม 26 ม.ค. 2561 (NAV 9.2205) → ต่ำสุด 23 มี.ค. 2563 (NAV 5.1776) · กลับเท่าทุน 15 ธ.ค. 2563 ใช้เวลาฟื้นตัว 8 เดือน
ปัจจุบัน −20.73% จาก NAV สูงสุด 12.8612 (26 ก.ย. 2567)
ช่วง 5 ปี SCBINDIA ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.21 อันดับ 14 จาก 17 กอง · สูงสุดคือ FP INDIA-A (0.14)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 1 ครั้ง รวม 0.2000 บาทต่อหน่วย หรือ 1.96% ของ NAV
SCBINDIA จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 4 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 11.7619 → 10.1954 บาท (4 พ.ย. 2568 – 4 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน · จ่ายมากกว่าที่กองทำได้ในปีนี้ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสมก่อนหน้าหรือเงินต้น
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
ทั้งหมด 19 ครั้ง · 22 ก.ย. 2559 – 25 มี.ค. 2569
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 19 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ STOCK MARKET) ประเทศสหรัฐอเมริกา และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หน่วยลงทุน ISHARES INDIA 50 ETF 100.10% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 24 มี.ค. 2558 NAV เคยลดลงสูงสุด −43.85% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.11% ต่อปี จากเพดาน 2.36% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.00% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.50% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.2000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 12 มี.ค. 2569 จ่าย 25 มี.ค. 2569 · จ่ายมาแล้ว 19 ครั้ง รวม 3.9720 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 31 ส.ค. 2569 ป้องกันไว้ 89.34% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · SCBINDIA: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.11% · SCBINDIAA: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.11% · SCBINDIAE: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.10% · SCBINDIAP: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBINDIAR: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน