อันดับ 1 คือ TDSThaiESG-A +45.17%
SCB Dividend Mixed 70 Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
SCBLT1(SSFA) ผสมหลายสินทรัพย์ในกองเดียว เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และเงินสด สัดส่วนปรับตามนโยบายของกอง
แสดง 5 รายการสูงสุดตาม Factsheet ของ บลจ. · สัดส่วนแต่ละสินทรัพย์เปลี่ยนได้ตามที่ผู้จัดการกองทุนปรับพอร์ต
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ +3.16% ต่อปี (ดีกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ TDSThaiESG-A +45.17%
อันดับ 1 คือ K-ICT +18.07% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Equity General เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +16.50% | −2.92% | −2.46% | −2.98% | −4.17% | +0.95% | +14.97% | +9.80% | +2.00% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +4.2 | +12.2 | −3.8 | +2.7 | +3.4 | +1.1 | +1.2 | −0.9 | −1.4 | −1.8 | −0.6 | · | +16.5* |
| 2568 | −4.4 | −4.7 | −4.1 | +2.9 | −2.9 | −4.1 | +10.1 | +0.1 | +2.0 | +1.6 | −2.9 | +0.7 | −6.5 |
| 2567 | −3.9 | +1.3 | +0.7 | −0.5 | −0.8 | −2.3 | +2.4 | +2.2 | +5.1 | +0.7 | −1.9 | −1.7 | +0.8 |
| 2566 | −1.3 | −2.6 | −1.4 | −2.0 | −1.1 | −1.8 | +2.6 | +0.7 | −3.3 | −3.1 | −0.6 | +2.1 | −11.3 |
| 2565 | · | · | · | · | · | · | · | · | · | +0.8 | +2.3 | +1.5 | +4.7* |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −27.60% จุดสูงสุดเดิม 9 ม.ค. 2566 (NAV 17.7468) → ต่ำสุด 23 มิ.ย. 2568 (NAV 12.8479) · กลับเท่าทุน 2 ก.ค. 2569 ใช้เวลาฟื้นตัว 1 ปี
ปัจจุบัน −5.89% จาก NAV สูงสุด 18.1437 (21 ก.ค. 2569)
ช่วง 3 ปี SCBLT1(SSFA) ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.27 อันดับ 60 จาก 147 กอง · สูงสุดคือ SCBVALUEA (1.06)
ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตราสารทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน กองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับผลตอบแทนหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน กองทุนรวมดัชนีที่อ้างอิงกับผลตอบแทนหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน หรือ derivatives… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) 12.05% · พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 23 7.73% · พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 11 5.72% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 5 จาก 8 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) คือลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือทรัพย์สินทางเลือก โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนน้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 21 ต.ค. 2565 NAV เคยลดลงสูงสุด −27.60% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.89% ต่อปี จากเพดาน 3.06% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.80% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · SCBLT1(SSFA): ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.89% · SCBLT1: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.89% · SCBLT1(E): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBLT1(IN): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBLT1(SSFE): จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.10% · SCBLT1-2020: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.17% · SCBLT1-SSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.89%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน