ผู้ผลิตพาวเวอร์ซัพพลาย ระบบจัดการพลังงาน และเครื่องชาร์จรถ EV ในไทย
SCB Thai Dividend Equity Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
SCBLT2-SSF ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
ผู้ผลิตพาวเวอร์ซัพพลาย ระบบจัดการพลังงาน และเครื่องชาร์จรถ EV ในไทย
คิดจากสัดส่วนของกองทุน · 5 อันดับแรก หุ้น ณ 31 ส.ค. 2569 · Factsheet ของ บลจ. · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ −2.29% ต่อปี (25% สุดท้ายของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +44.69%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Equity Large Cap เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +22.92% | −3.70% | −2.85% | −4.03% | −6.33% | +0.75% | +20.08% | +7.89% | −10.95% | +13.47% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. |
|---|
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −40.83% จุดสูงสุดเดิม 5 ม.ค. 2565 (NAV 26.3402) → ต่ำสุด 19 มิ.ย. 2568 (NAV 15.5843) · ยังไม่กลับเท่าทุน ณ 4 พ.ย. 2569
ปัจจุบัน −13.92% จาก NAV สูงสุด 26.3402 (5 ม.ค. 2565)
ช่วง 5 ปี SCBLT2-SSF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.15 อันดับ 93 จาก 100 กอง · สูงสุดคือ SCBBANKING (1.03)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 2.5000 บาทต่อหน่วย หรือ 11.03% ของ NAV
SCBLT2-SSF จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 4 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 21.0748 → 22.6728 บาท (4 พ.ย. 2568 – 4 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตราสารทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน กองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับผลตอบแทนหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน กองทุนรวมดัชนีที่อ้างอิงกับผลตอบแทนหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน หรือ derivatives… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) 16.74% · หุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ 6.98% · หุ้น บมจ.ปตท. 6.36% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2563 NAV เคยลดลงสูงสุด −40.83% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 2.23% ต่อปี จากเพดาน 3.21% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 2.13% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 1.7000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 8 ก.ค. 2569 จ่าย 20 ก.ค. 2569 · จ่ายมาแล้ว 7 ครั้ง รวม 4.5650 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · SCBLT2-SSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.23% · SCBLT2: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.23% · SCBLT2(E): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBLT2(IN): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBLT2(SSFE): จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.10% · SCBLT2-2020: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.71%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
บริษัทพลังงานไทย ลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซ พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐาน
บริษัทพลังงานของไทย ทำธุรกิจก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และปิโตรเคมีผ่านบริษัทในเครือ
ผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของไทย เช่น สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่
ธนาคารพาณิชย์ไทยที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ผู้พัฒนาแอปกรุงไทย NEXT และเป๋าตัง
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +24.22% ต่อปี
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +16.16% ต่อปี
| ก.พ. |
|---|
| มี.ค. |
|---|
| เม.ย. |
|---|
| พ.ค. |
|---|
| มิ.ย. |
|---|
| ก.ค. |
|---|
| ส.ค. |
|---|
| ก.ย. |
|---|
| ต.ค. |
|---|
| พ.ย. |
|---|
| ธ.ค. |
|---|
| ทั้งปี |
|---|
| 2569 | +5.4 | +17.9 | −5.5 | +3.9 | +4.7 | +1.6 | +1.7 | −2.0 | −1.9 | −2.5 | −0.7 | · | +22.9* |
| 2568 | −5.8 | −7.5 | −5.7 | +3.7 | −4.2 | −6.1 | +13.8 | −0.5 | +2.7 | +2.6 | −4.0 | +0.7 | −11.6 |
| 2567 | −5.1 | +1.9 | +0.9 | −0.7 | −1.7 | −3.3 | +2.9 | +2.7 | +7.7 | +0.6 | −3.0 | −2.2 | +0.1 |
| 2566 | −1.9 | −3.8 | −2.1 | −2.9 | −1.6 | −2.2 | +3.7 | +0.8 | −5.0 | −5.2 | −1.0 | +2.9 | −17.3 |
| 2565 | −3.2 | −0.3 | +1.1 | −0.2 | −0.2 | −6.2 | −0.3 | +5.0 | −4.5 | +1.5 | +2.6 | +1.9 | −3.4 |
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
ทั้งหมด 7 ครั้ง · 22 ม.ค. 2564 – 20 ก.ค. 2569
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 7 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล