ผู้ผลิตพาวเวอร์ซัพพลาย ระบบจัดการพลังงาน และเครื่องชาร์จรถ EV ในไทย
SCB Thai Core Equity Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
SCBLTT-2020 ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
ผู้ผลิตพาวเวอร์ซัพพลาย ระบบจัดการพลังงาน และเครื่องชาร์จรถ EV ในไทย
คิดจากสัดส่วนของกองทุน · 5 อันดับแรก หุ้น ณ 31 ส.ค. 2569 · Factsheet ของ บลจ. · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ −0.46% ต่อปี (25% สุดท้ายของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +44.69%
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Equity Large Cap เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +22.56% | −4.12% | −3.52% | −4.46% | −5.69% | +1.72% | +18.38% | +4.65% | −2.27% | +35.34% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. |
|---|
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −36.71% จุดสูงสุดเดิม 9 ม.ค. 2566 (NAV 12.7260) → ต่ำสุด 23 มิ.ย. 2568 (NAV 8.0547) · กลับเท่าทุน 15 ก.ค. 2569 ใช้เวลาฟื้นตัว 1 ปี
ปัจจุบัน −7.90% จาก NAV สูงสุด 12.9191 (21 ก.ค. 2569)
ช่วง 5 ปี SCBLTT-2020 ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.03 อันดับ 80 จาก 100 กอง · สูงสุดคือ SCBBANKING (1.03)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 1.8000 บาทต่อหน่วย หรือ 15.13% ของ NAV
SCBLTT-2020 จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 4 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 11.7217 → 11.8986 บาท (4 พ.ย. 2568 – 4 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ประเภทหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาด หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตราสารทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน กองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับผลตอบแทนหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน กองทุนรวมดัชนีที่อ้างอิงกับผลตอบแทนหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน หรือ derivatives… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) 17.31% · หุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ 7.44% · หุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย 6.04% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 29 ต.ค. 2563 NAV เคยลดลงสูงสุด −36.71% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.71% ต่อปี จากเพดาน 3.21% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.61% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.07% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 1.0000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 8 ก.ค. 2569 จ่าย 20 ก.ค. 2569 · จ่ายมาแล้ว 6 ครั้ง รวม 4.2000 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · SCBLTT-2020: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.71% · SCBLTT: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.24% · SCBLTT(E): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBLTT(IN): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBLTT(SSFE): จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.11% · SCBLTT-SSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.24%
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
บริษัทพลังงานไทย ลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซ พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐาน
ผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของไทย เช่น สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่
ธนาคารพาณิชย์ไทย ให้บริการเงินฝาก สินเชื่อ และแอปธนาคาร K PLUS
ธนาคารพาณิชย์ไทยที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ผู้พัฒนาแอปกรุงไทย NEXT และเป๋าตัง
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +24.22% ต่อปี
อันดับ 1 คือ SCBBANKINGE +16.16% ต่อปี
| ก.พ. |
|---|
| มี.ค. |
|---|
| เม.ย. |
|---|
| พ.ค. |
|---|
| มิ.ย. |
|---|
| ก.ค. |
|---|
| ส.ค. |
|---|
| ก.ย. |
|---|
| ต.ค. |
|---|
| พ.ย. |
|---|
| ธ.ค. |
|---|
| ทั้งปี |
|---|
| 2569 | +5.5 | +17.9 | −6.6 | +3.8 | +4.8 | +1.5 | +1.9 | −1.1 | −1.5 | −2.8 | −0.8 | · | +22.6* |
| 2568 | −7.6 | −8.6 | −6.6 | +3.4 | −5.2 | −5.1 | +13.8 | +0.2 | +4.2 | +2.9 | −4.2 | −0.5 | −14.4 |
| 2567 | −4.7 | +2.0 | +0.4 | −0.5 | −1.7 | −3.4 | +1.9 | +3.4 | +7.6 | +0.1 | −3.6 | −2.1 | −1.3 |
| 2566 | −1.7 | −2.6 | −1.0 | −2.1 | −1.1 | −1.3 | +3.7 | +2.0 | −4.0 | −3.9 | +1.2 | +2.2 | −8.6 |
| 2565 | −1.8 | +2.2 | +0.7 | −0.9 | −0.2 | −6.3 | +0.6 | +4.8 | −3.2 | +1.7 | +1.3 | +2.2 | +0.8 |
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
ทั้งหมด 6 ครั้ง · 19 ก.ค. 2564 – 20 ก.ค. 2569
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 6 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล