ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
SCB US EQUITY FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 3 พ.ย. 2569
SCBS&P500(SSFE) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF (IVV) 99.99%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch พร้อมบริการอย่าง App Store และ iCloud
เจ้าของ Windows, Microsoft 365, คลาวด์ Azure, เครื่องเกม Xbox และ LinkedIn
บริษัทแม่ของ Google เจ้าของ YouTube, Android, Gmail และ Google Cloud
แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ เจ้าของคลาวด์ AWS, Prime Video และผู้ช่วยเสียง Alexa
ออกแบบชิปเครือข่าย ชิป AI ตามสั่งให้บริษัทเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ VMware
เจ้าของ Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงแว่นอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI
ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงหน่วยความจำ HBM สำหรับชิป AI
ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และระบบช่วยขับขี่
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (99.99% ณ 31 ส.ค. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 22 ต.ค. 2569 · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569 · แสดง 6 รายการสูงสุด ส่วนที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ · ตาม Factsheet ของผู้ออกกองทุน · ประเทศคิดจากชื่อกองทุนที่ลงทุนประเทศเดียว
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ +17.28% ต่อปี (25% แรกของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +22.61%
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +26.32% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC US Equity · S&P 500 เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 3 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +8.28% | −2.06% | −2.01% | −2.28% | −1.03% | +3.83% | +8.24% | +61.31% | +74.07% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +0.5 | −0.9 | −4.9 | +10.1 | +5.0 | −1.4 | −0.1 | +2.4 | −0.6 | −1.2 | −0.2 | · | +8.3* |
| 2568 | +1.9 | −1.3 | −5.7 | −1.1 | +5.6 | +4.5 | +2.0 | +1.7 | +3.0 | +2.1 | −0.1 | +0.3 | +13.2 |
| 2567 | +1.2 | +5.0 | +3.2 | −4.2 | +4.6 | +3.4 | +0.6 | +1.6 | +1.4 | −0.8 | +5.9 | −2.4 | +20.6 |
| 2566 | +5.1 | −2.4 | +3.0 | +1.3 | +0.2 | +6.4 | +2.6 | −2.0 | −4.9 | −2.7 | +8.6 | +4.4 | +20.7 |
| 2565 | · | · | · | · | · | −3.6 | +6.9 | −1.9 | −9.7 | +8.4 | +4.6 | −5.7 | −2.4* |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −18.48% จุดสูงสุดเดิม 19 ก.พ. 2568 (NAV 28.8447) → ต่ำสุด 8 เม.ย. 2568 (NAV 23.5153) · กลับเท่าทุน 2 ก.ค. 2568 ใช้เวลาฟื้นตัว 2 เดือน
ปัจจุบัน −3.44% จาก NAV สูงสุด 35.3368 (13 ส.ค. 2569)
ช่วง 3 ปี SCBS&P500(SSFE) ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 1.18 อันดับ 1 จาก 10 กอง · สูงสุดคือ SCBS&P500(SSFE) (1.18)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 1.4900 บาทต่อหน่วย หรือ 4.37% ของ NAV
SCBS&P500(SSFE) จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
ต้องซื้อและถือหน่วยก่อนวันปิดสมุด จึงจะได้รับเงินปันผลรอบนั้น
เงินปันผล 4 ครั้งล่าสุด มิ.ย. 67 0.7100 บาท · ธ.ค. 67 0.7500 บาท · ธ.ค. 68 0.7300 บาท · มิ.ย. 69 0.7600 บาท และรอบถัดไปประมาณ 0.7375 บาท 11 ธ.ค. 2569ไม่ใช่ประกาศจาก บลจ. วันและจำนวนจริงอาจต่างจากนี้ หรืออาจไม่จ่ายก็ได้
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 32.9607 → 34.1200 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 7 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ได้แก่ กองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ หน่วยลงทุน ISHARES CORE S&P 500 ETF 99.16% · หน่วยลงทุน JP MORGAN US RESEARCH ENHANCED INDEX EQUITY ACTIVE UCITS ETF 0.83% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 10 มิ.ย. 2565 NAV เคยลดลงสูงสุด −18.48% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 0.11% ต่อปี จากเพดาน 1.87% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.00% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.7600 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 12 มิ.ย. 2569 จ่าย 25 มิ.ย. 2569 · จ่ายมาแล้ว 7 ครั้ง รวม 3.7250 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1 บาท ครั้งถัดไป 1 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+2
ป้องกันค่าเงินเกือบทั้งหมด ณ 31 ส.ค. 2569 ป้องกันไว้ 99.50% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · SCBS&P500(SSFE): จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.11% · SCBS&P500: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.11% · SCBS&P500(IN): ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBS&P500(SSFA): ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.11% · SCBS&P500-SSF: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.11% · SCBS&P500A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.11% · SCBS&P500E: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 0.11% · SCBS&P500P: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · SCBS&P500R: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน
SCBS&P500 · SCBS&P500(SSFA) · SCBS&P500-SSF · SCBS&P500A · SCBS&P500E
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน