Double Dip
Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.
This content was published on Aug 2022. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook
เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวตามความกังวลจากประเด็นเรื่องเงินเฟ้อที่ลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลงแรงจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยธนาคารกลางทั่วโลกยังมีแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในเดือน ก.ค. แล้ว ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.50% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อท่ามกลางความเสี่ยงจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังคงดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลงต่อเนื่องแม้ว่าความคาดหวังด้านเงินเฟ้อสูงจะเริ่มลดลงตามการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ความเสี่ยงก็คือการชะลอตัวของเงินเฟ้อในรอบนี้จะเริ่มเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เริ่มลดลงตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยนอกจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ภาคอสังหาฯ ที่เริ่มชะลอตัวจากความร้อนแรงมาในช่วงก่อนหน้าและตลาดแรงงานที่เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวอาจเริ่มเป็นปัจจัยที่เข้ามากระทบภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อในระยะถัดไป และนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้งหลังจากที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยหากวิเคราะห์ภาพการลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจแล้ว ปัจจุบันเรามีแนวโน้มสูงที่จะอยู่ในช่วง Late Cycle (ปลายวัฏจักร) ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาสินทรัพย์ทั้งสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นยังสามารถปรับตัวลดลงต่อได้ ในขณะที่ตราสารหนี้ที่มีการปรับตัวลดลงมาแล้วในช่วงก่อนหน้าตามการขึ้นดอกเบี้ยจะเริ่มใกล้เข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวตามแนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่เริ่มลดความร้อนแรงลง และนโยบายการเงินที่จะเริ่มลดความเข้มงวดลงในระยะถัดไป โดยตราสารหนี้ภาครัฐเริ่มมีความน่าสนใจหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มได้รับประโยชน์ตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
ด้วยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย เรามองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมี Downside ที่สามารถปรับตัวลดลงได้ต่อ ด้วยการประเมินดัชนี S&P500 ด้วยวิธี Earning Yield Gap สะท้อนว่าปัจจุบันตลาดยังมีส่วนชดเชยความเสี่ยงที่น้อยเกินไป โดยหากตลาดกลับไปซื้อขายด้วย Earning Yield Gap บริเวณค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี และประมาณการกำไรของตลาดเริ่มถูกปรับลดคาดการณ์แต่ยังเติบโตได้ตามค่าเฉลี่ยระยะยาว จะประเมิน Downside ของ S&P500 ได้ที่ระดับประมาณ 8-10% หรือเป้าหมายดัชนี S&P500 ที่บริเวณ 3,600 จุด ขณะที่ถ้าประมาณการกำไรของดัชนีเริ่มถูกปรับลดลงเป็นหดตัวประมาณ 10% มีโอกาสที่ดัชนีจะมี Downside ที่ระดับ 20-25% หรือเป้าหมาย S&P500 ที่บริเวณใกล้เคียง 3,000 จุด โดยการปรับตัวลดลงของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการปรับลด Multiple ทาง Valuation หรือการปรับเพิ่มส่วนชดเชยความเสี่ยงเป็นหลักตามการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ย โดยยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบของการปรับลดคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนลงตามแนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
ด้านเศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวได้แม้จะผ่านช่วงที่มีการล็อกดาวน์มา โดย GDP จีนไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาขยายตัวอยู่ที่ 0.4% (YoY) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ GDP ครึ่งปีแรกของปี 2022 เติบโตเพียง 2.5% ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 5.5% อีกมาก ขณะที่ตัวเลขดัชนียอดค้าปลีกและดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. ออกมาขยายตัวที่ 3.1% (YoY) และ 3.9% (YoY) ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของภาคการบริโภคและการผลิตที่ชัดเจนซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจจีน โดยตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงเริ่มมีการถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไรกลับมาตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ความเสี่ยงที่ยังท้าทายยังมีอยู่หลายประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งความกังวลด้าน Bank Run การหยุดชำระหนี้ภาคอสังหาฯ ตลอดจนความเสี่ยงของการรั่วไหลข้อมูลของบริษัทเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อการถูกลงโทษจากรัฐบาล
สำหรับมุมมองของเราในเดือนนี้ เรายังแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงจากความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและนโยบายการเงินที่เข้มงวด ขณะที่เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อตราสารหนี้โลกโดยเฉพาะกลุ่มพันธบัตร โดยแนะนำทยอยสะสมเพิ่มขึ้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับเพิ่มท่ามกลางแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ โดยเรายังมองว่าการกระจายน้ำหนักการลงทุนอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตมากขึ้นในช่วงที่ตลาดยังคงผันผวน