Robowealth home
INDEGO Monthly OutlookMay 2021

Green Spring

Prepared by the INDEGO team · Robowealth Investment Advisory Securities Co., Ltd.

This content was published on May 2021. Its views and figures may no longer be current. See the latest issue at INDEGO Monthly Outlook

เข้าสู่เดือนพฤษภาคมของปีกันแล้ว เดือนที่นักลงทุนมักจะกังวลกับภาวะ Sell in May กันอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับปีนี้ก็คงจะต้องติดตามผลประกอบการของตลาดโดยภาพรวม รวมถึงนโยบายการเงินและการคลังที่ยังช่วยประคองตลาดหลังภาวะวิกฤต โดยเดือนที่ผ่านมาหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เริ่มชะลอความร้อนแรงลงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยภาพรวมยังปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่ REITs และหุ้นไทย รวมถึงหุ้นญี่ปุ่นและอินเดียยังถูกกดดันจากความกังวลของการระบาด COVID-19 ระลอกใหม่

เริ่มที่นโยบายการเงินโลกพบว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเช่นเดิมต่อไป โดยประธาน Fed ออกมาแถลงมุมมองว่าจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีแผนจะปรับลดการทำ QE ก่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อยืนยันถึงมุมมองในการผ่อนคลายทางการเงินต่อไปในปีนี้ นอกจากนั้น Fed ยังคงไม่กังวลต่อประเด็นด้านเงินเฟ้อ โดยมองว่า เป็นปัจจัยในระยะสั้นตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ทางธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังคงนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายต่อไปเช่นเดียวกัน

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มแย่ลงต่อเนื่องหลังจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่กลับมาเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง นำโดยอินเดียหลังพบว่าเชื้อเริ่มมีการกลายพันธุ์และสามารถแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น เช่นเดียวกันกับไทยและญี่ปุ่นที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ ที่รุนแรง ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้ต้องกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มอีกครั้งหรือขยายระยะเวลาล็อกดาวน์ออกไป อย่างไรก็ตามประเทศที่มีสัดส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนสูง ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น สหรัฐฯ และอังกฤษ ส่งผลให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศที่ได้รับวัคซีนไปมากแล้วฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง สวนทางกับประเทศที่มีการกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ส่งผลทำให้เกิดการ ปรับฐานในตลาดหุ้นอินเดีย ญี่ปุ่น และไทย

ด้าน IMF ได้ปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2021 ว่าจะขยายตัว 6% จากเดิมเมื่อเดือน ม.ค. ที่คาดว่า จะขยายตัว 5.5% ซึ่งเรามองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในหุ้น โดยแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากมาตรการภาครัฐทั่วโลกซึ่งคาดว่าจะมีการออกมาเพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ ประกอบกับความรวดเร็วในการแจกจ่ายวัคซีน ดังนั้นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะขึ้นอยู่กับมาตรการภาครัฐและความเร็วในการฉีดวัคซีน

สำหรับประเด็นสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้กับนักลงทุนในเดือนที่ผ่านมาก็คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของรัฐบาลไบเดนที่ประกาศออกมาในช่วงนี้ซึ่งตรงกับช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ในสหรัฐฯ โดยนโยบายหลักยังคงเป็นการมุ่งเน้นในการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานสะอาดหรือที่เรียกว่า Green Energy นอกจากนั้นในงานประชุมสุดยอดผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Summit ระหว่างผู้นำและตัวแทนจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกเองก็มีการร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซมลพิษ และหารือในประเด็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนพลังงานสะอาดเอง ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างมีความเห็นพ้องและให้ความร่วมมือด้วยกันทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้หุ้นและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดยังคงมีความน่าสนใจและเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น

ด้านหุ้นจีนเริ่มกลับมาน่าสนใจเพิ่มขึ้นหลังเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และทางการจีนเริ่มมี ความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายในการจัดระเบียบและควบคุมอำนาจผูกขาดของบริษัทเทคโนโลยี โดยทางการจีนมีการปรับบริษัท Alibaba ในข้อหาการใช้อำนาจผูกขาด มีการสั่งให้ Ant Group ปรับโครงสร้างธุรกิจให้เป็น Holding รวมถึงมีการเรียก 34 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเข้าไปเจรจาในการให้เเนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อให้มีพฤติกรรมผูกขาดทางการค้าที่ลดลง

สำหรับในเดือนนี้เราแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดจากนโยบายภาครัฐที่ยังสนับสนุนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการกลับเข้าไปเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นทั่วโลกหลากหลายธีม การลงทุนที่ปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้ รวมถึงหุ้นจีนที่มีการเติบโตที่แข็งแกร่งและมีความชัดเจนด้านนโยบายเพิ่มขึ้น โดยมุมมองระยะยาวเรายังคงชอบหุ้นโลกขนาดกลางและขนาดเล็ก หุ้นจีน หุ้นอินเดีย หุ้นตลาดเกิดใหม่ และหุ้นพลังงานสะอาดที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ รวมถึง REITs ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ