5 ideas about work you believe it's Good but it's not True !!! l Robowealth Work EP.1

5 ideas about work you believe it’s Good but it’s not True !!! l Robowealth Work EP.1

Robowealth Work EP. 1  Today we introduce work (and money) attitudes all of us probably believed to be “good” but, in reality, is not true at all. Let’s see what they are. (Notice: These ideas originate from the USA which are both highly developed and capitalism focused. They may not be entirely applicable to Thai […]

Robowealth Work EP. 1  Today we introduce work (and money) attitudes all of us probably believed to be “good” but, in reality, is not true at all. Let’s see what they are.

(Notice: These ideas originate from the USA which are both highly developed and capitalism focused. They may not be entirely applicable to Thai society. Apply them with careful consideration.)


  1. #workforothers

Its good to work for others, right? How is this not true? What we are trying to communicate is that:

“Do not waste your life doing small favors for others. Invest your time and effort to improve your own life, especially if you are talented.”

If you are someone who’s talented in a certain field but you spend your time doing something else (even for other people) rather than cultivating your skill, you lose the chance to become the very best in that specific field. That would be a huge missed opportunity where you could have changed the world for the better but have lost the chance to.

For example, if people like Steve Jobs or Bill Gates who have changed the world used most of their time to volunteer in some remote places in the world rather than using it to develop their businesses, there would not be giant corporations as we are seeing today. That would cost hundreds of thousands of employments which are definitely more helpful to people than doing volunteer work.

Therefore, time should be spent on self-development since it is not too late to provide for charity after you have reached the peak of your success and are able to help much more than you are currently able to.


  1. Your 20s are the best time of your life #YOLO

If 20-30 is the best time of your life, you should make the best use of it by eating, traveling, partying, shopping as much as you can since you will never have the chance to do it again.

However, this period is not the time to indulge in entertainment but rather to be use for self-development. By the age of 30, the people who have led each of the 2 lifestyle would end up very differently.

If you have dedicated you 20-30s to having fun, you may only earn 2-3 times of your starting salary by the age of 30. But if you have worked hard on self-development, you may earn 10 times your starting salary by the age of 30 which still would not be too late to enjoy the activities you wanted to do, travel to places you wanted to go and party as much as you want with much larger financial support.


  1. #saveyourmoney #dontriskit

It is still commonly believed that it is best to save money in the bank with no risk when, in reality, taking no risk at all is the riskiest. Just leaving cash in the bank is already costing you, but who’s taking away our money?

This is not the works of any thief but rather a consequence of “inflation”. For example, if the inflation rate is 3% and the bank only gives you 1% interest then we are already losing 2% per year!!!

As a result, the best method to deal with risk is to manage and diversify it by seeking knowledge in investment and invest in such a way that beats inflation. Do not keep all your money in the bank!!!


  1. #dontstop #evenifyoufail

We often hear motivational quotes telling us to keep going and keep fighting until we are finally successful.

In reality, not everyone is suitable for their preferred profession or can achieve what they aspire to be. Simply put, there are not enough jobs to cover the desire of everyone. What we should do is find out what is right for us and when we should stop.

The reason to stop is to prevent wasting time on something that may not be right for us so that more time can be spent on something that we can become one of the best in.


  1. #business #fair50-50split

Let us start by discussing employee compensation for a certain company. For the same amount of work, 2 positions may be compensated differently based on:

-Skill required for the specific job. Rare skill requires higher pay.

-How much money does it earn for the business. The more money it makes, the higher the pay.

-Difficulty of replacement. The harder it is to replace, the higher the pay.

If someone possesses a rare skill, makes a lot of money for the business and is difficult to replace, then makes sense for that person to obtain higher compensation.

Now, when discussing business partnerships, each member will have different areas of expertise, have different workload with varying difficulties and have different ease of replacement. Therefore, it may not make sense to perform an equal 50-50 to each member in all cases.

What do you think about these 5 ideas? Are there any other ideas you always believed to be good but does not work in practice? Let’s discuss in the comments!


Find out more at #RobowealthWork



Robowealth Work EP.1 วันนี้ขอนำเสนอแนวคิดเรื่องงาน (และเงิน) ที่พวกเราทั้งหมดน่าจะเชื่อกันมาตลอดว่า “ดี” แต่จริงๆ แล้วมันกลับไม่จริงเอาซะเลย จะมีแนวคิดไหนบ้าง ไปดูกันเลย

( ขอแจ้งชาว Robowealth ไว้ก่อนว่า แนวคิดนี้มาจากคนที่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและเน้นทุนนิยมเป็นหลัก ดังนั้นแนวคิดนี้อาจจะเทียบกับไทยตรงๆ ไม่ได้ทั้งหมด เลือกเอาไปปรับใช้กันนะ)

1. #ทำเพื่อผู้อื่น

ทำเพื่อผู้อื่นก็ดีแล้วนี่นา แล้วมันไม่จริงตรงไหนล่ะ สิ่งที่ต้องการจะบอกจริงๆ ก็คือ

“อย่าเพิ่งเสียเวลาชีวิตของคุณไปกับการทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อผู้อื่น แต่จงใช้เวลาของคุณทุ่มเทไปกับการพัฒนาชีวิตของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่มีความสามารถสูงแล้วล่ะก็ (Talent)”

ถ้าคุณเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านใดด้านหนึ่งมากๆ แต่คุณดันใช้เวลาที่จะพัฒนา Skill นั้นไปทำอะไรที่ไม่ได้สำคัญมากนัก (แม้จะเพื่อผู้อื่น) คุณจะสูญเสียโอกาสที่ได้เป็นอันดับต้นๆ ของวงการนั้นไป ซึ่งน่าเสียดายความสามารถของคุณมาก ๆ เพราะคุณอาจเปลี่ยนโลกได้ แต่คุณไม่มีโอกาสได้ทำ

ยกตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสตีฟ จ็อบส์ บิล เกตส์หรือบุคคลเปลี่ยนโลกทั้งหลาย หากพวกเขาใช้เวลาส่วนมากไปเป็นอาสาสมัครอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของโลกแทนที่จะใช้เวลาพัฒนาก่อตั้งบริษัท ตอนนี้คงไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกแบบนี้ ที่สำคัญ จะไม่มีการจ้างงานจำนวนหลายแสนตำแหน่ง ที่เลี้ยงดูหลายแสนครอบครัวแบบนี้แน่นอน ซึ่งถ้าพูดกันในเรื่องจำนวนแล้วการก่อตั้งบริษัทเหล่านี้ช่วยคนได้จำนวนมากกว่าการเป็นอาสาสมัคร

ดังนั้น พัฒนาความสามารถตัวเองให้เต็มที่ เพราะถึงตอนที่คุณ Sucsess อย่างถึงที่สุดแล้ว เวลานั้นแล้วก็ยังไม่สายที่คุณจะบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ และคุณสามารถช่วยเหลือคนอื่นในด้านอื่นๆ ได้มากกว่าตอนนี้มาก

2. อายุ 20S เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด #YOLOให้เต็มที่

เพราะช่วงอายุ 20-30 เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด จึงควรใช้ให้คุ้มค่า กิน ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ ช้อปปิ้ง YOLO ให้สุดๆ เพราะโตไปจะไม่มีโอกาสทำแบบนี้อีกแล้ว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช่วงเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควรใช้ไปกับความสนุกซะส่วนมาก แต่ควรใช้ไปกับการพัฒนาตัวเองให้เต็มที่ เพราะผลลัพธ์ของคนที่ใช้ทั้งเงินและเวลาไปกับการพัฒนาตัวเองกับคนที่ใช้เพื่อความสนุก เมื่อถึงวัย 30 แล้ว ชีวิตของ 2 คนนี้จะแตกต่างกันอย่างมาก

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ ถ้าในวัย 20-30 ถ้าคุณใช้ชีวิตไปกับความสนุกซะมาก พอ 30 อาจจะทำเงินได้ 2-3 เท่าของเงินตอนเริ่มทำงาน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคุณทำงานและพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ พออายุ 30 คุณอาจจะทำรายได้ถึง 10 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งตอนนั้นคุณก็จะมีเงินมากพอจะทำกิจกรรมที่คุณอยากทำ ได้ไปท่องเที่ยวมากมายหรือจะสุราปาร์ตี้ตอนนั้นก็ยังไม่สาย

3. #เก็บเงินไว้ #อย่าเอาไปเสี่ยง

เรื่องนี้ยังเข้าใจกันว่าการเก็บเงินไว้ในธนาคารเฉย ๆ ไม่เสี่ยงเลยจะดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วในเรื่องเงิน การไม่เสี่ยงอะไรเลย คืออะไรที่ “เสี่ยงที่สุด” เพราะแค่เราเก็บเงินไว้เฉยๆ เงินเราก็หายไปทุกปีแล้ว แล้วใครคือคนที่เอาเงินเราไปล่ะ

คนที่เอาเงินเราไปทุกปี ๆ ไม่ใช่โจรที่ไหน แต่เขาเรียกกันว่า “เงินเฟ้อ” อย่างเช่นถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 3% เราเอาเงินไปไว้ในที่ที่ได้ผลตอบแทน 1% ก็คือเงินหายทุกปี 2% ทันที !!!

เพราะฉะนั้น วิธีที่จะดีลกับความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ บริหารความเสี่ยง กระจายความเสี่ยง หาความรู้ด้านการลงทุนแล้วลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อ อย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ในธนาคาร !!!

4. #แม้ล้มเหลว #ก็อย่าหยุด

คำนี้ได้ยินบ่อยในยุคแห่งสร้างแรงบันดาลใจ ถ้าเราต้องการสิ่งนี้จริง ๆ ก็ต้องสู้ สู้ จนกว่าจะชนะ อย่ายอมแพ้ สักวันจะเป็นของเรา

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับอะไรที่ตัวเองชอบ หรือจะได้เป็นทุกอย่างที่เราอยากเป็น พูดง่ายๆ คือไม่ได้มีงานชอบรองรับทุกความชอบของทุกคนบนโลกนี้ สิ่งที่ควรทำคือ ให้รู้ว่าเราเหมาะกับอะไร และจังหวะไหนควรหยุด

ที่ให้หยุด เพื่อที่เราจะได้ไม่เสียเวลาไปกับอะไรที่ไม่ใช่ และเราจะได้เอาเวลาไปพัฒนาในด้านที่เราจะสามารถขึ้นเป็นระดับตัวท็อปของวงการได้

5. #ทำธุรกิจ #ส่วนแบ่งเท่าๆกันไปเลย 50-50 แฟร์ ๆ

ก่อนอื่นมาพูดถึงหลักเงินเดือนของพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งกันก่อน แม้จะทำงานเท่ากัน แต่ 2 ตำแหน่งที่แตกต่างกันก็จะมีเงินเดือนที่ไม่เท่ากัน โดยดูจาก

– Skill นั้นๆ ของแต่ละตำแหน่งมีความยากง่ายแค่ไหน ถ้าเป็น Skill พิเศษ หายากกว่าก็แพงกว่า

– ทำรายได้เข้าบริษัทได้มากแค่ไหน ถ้าทำเงินได้มาก ก็ได้รับค่าตอบแทนที่มากกว่า

– การหาคนมาแทนในตำแหน่งนี้ ยากหรือง่ายแค่ไหน ถ้าหาคนมาแทนยากก็จะแพงกว่า

ยิ่งมี Skill พิเศษ หาเงินเข้าบริษัทได้มาก หาคนมาแทนยาก ความต้องการสูง ค่าตัวของคนคนนั้น ก็จะแพงกว่าเป็นเรื่องปกติ

ทีนี้ มาถึงการเป็นหุ้นส่วนการทำธุรกิจ หุ้นส่วนก็มักจะถนัดงานที่ไม่เหมือนกัน มีปริมาณงานให้ทำไม่เท่ากัน ความยากง่ายต่างกัน การหาคนแทนตำแหน่งนั้นๆ ยากง่ายแตกต่างกัน ไม่ควรที่จะแบ่งเท่าๆ กันด้วยการแบ่งจำนวนงาน 50-50 เท่าๆ กันทุกคน

แล้วคุณล่ะ คิดยังไงบ้าง กับ 5 แนวคิดนี้ !!!” หรือมีแนวคิดอะไรบ้างที่คุณเชื่อมาตลอดว่ามันดี แต่พอเจอจริงๆ แล้ว มันกลับไม่จริงเอาซะเลย คอมเม้นท์กันได้เลยครับ

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานได้ที่ #RobowealthWork



บทความ : Five Lies That Can Ruin Your